อั้นไม่ไหว! กรมการค้าภายใน อนุมัติขึ้นราคาน้ำมันปาล์ม 1-2 บาทต่อขวด ส่งผลราคาพุ่ง 47-49 บาท
กรมการค้าภายใน อนุมัติขึ้นราคาน้ำมันปาล์ม 1-2 บาทต่อขวด

อั้นไม่ไหว! กรมการค้าภายใน อนุมัติขึ้นราคาน้ำมันปาล์ม 1-2 บาทต่อขวด ส่งผลราคาพุ่ง 47-49 บาท

กรมการค้าภายในภายใต้กระทรวงพาณิชย์ ได้อนุมัติให้ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวดปรับขึ้นราคา 1-2 บาทต่อขวด ส่งผลให้ราคาขายปลีกปรับตัวสูงขึ้นเป็นขวดละ 47-49 บาท โดยการตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งมีนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายในเป็นผู้แถลงข่าว

ปัจจัยกดดันราคาปาล์มและกระบวนการอนุมัติ

นายวิทยากร เปิดเผยว่าในช่วง 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาปาล์มได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะตลาดโลกและต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวดยื่นขออนุญาตปรับขึ้นราคาทั้งหมด 4 ราย กรมการค้าภายในได้อนุมัติให้ 1-2 รายที่ขอปรับขึ้นราคาในระดับ 1-2 บาทต่อขวด ในขณะที่บางรายที่ขอปรับขึ้นราคาสูงกว่า 50 บาทต่อขวดยังไม่ได้รับอนุมัติ และสินค้าอื่นๆ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาโครงสร้างต้นทุนเพิ่มเติม

สถานการณ์ผลผลิตปาล์มและความกังวลของเกษตรกร

ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ชี้ให้เห็นว่าผลผลิตปาล์มภาพรวมลดลงจากสภาพอากาศ โดยในเดือนมีนาคมมีผลผลิต 1.88 ล้านตัน เมษายน 2.24 ล้านตัน และพฤษภาคม 2.5 ล้านตัน ขณะที่การใช้ผลผลิตปาล์มเพิ่มจาก 70,000 ตันต่อเดือนเป็น 100,000 ตันต่อเดือน ส่วนการส่งออกปกติในเดือนเมษายนอยู่ที่ 1.3 แสนตัน และมีผู้ส่งออกขอยื่นส่งออกแล้ว 90,000 ตัน สต๊อกน้ำมันปาล์มล่าสุด ณ วันที่ 20 เมษายน 2569 อยู่ที่ 2.9 แสนตัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มยังคงมีความกังวลอย่างมาก เนื่องจากราคาปาล์ม ณ วันที่ 20 เมษายน 2569 ในแหล่งผลิตสำคัญ 3 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ และชุมพร มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์มอยู่ที่ 18% และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 6.60-7.20 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งลดลงจากปัจจัยสำคัญ เช่น ความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกและราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในตลาดมาเลเซียที่เคยสูงถึงกว่า 39 บาทต่อกิโลกรัม ก่อนลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 36–36.4 บาทต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน

ต้นทุนการผลิตเพิ่มและข้อเรียกร้องความเป็นธรรม

นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย ระบุว่าต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งค่าแรง ปุ๋ย น้ำมัน และค่าขนส่ง โดยปัจจุบันต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 7-8 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคารับซื้อกลับไม่สอดคล้องกับต้นทุน ในบางพื้นที่ เช่น ภาคกลาง เกษตรกรขายผลปาล์มได้เพียงประมาณ 6 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มเตรียมเดินทางมายื่นหนังสือต่อนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในวันที่ 22 เมษายน 2569 หลังตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการกำหนดราคารับซื้อของโรงงาน ซึ่งมีการปรับลดราคาลงอย่างต่อเนื่องวันละ 20–40 สตางค์ ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องความเป็นธรรมในระบบ พร้อมขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมการค้าภายใน เข้าไปตรวจสอบกลไกการกำหนดราคาและการรับซื้อของโรงงาน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกร และไม่ให้เกษตรกรต้องเป็นฝ่ายแบกรับภาระจากความผันผวนของตลาดเพียงฝ่ายเดียว

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและแผนการพัฒนาอื่นๆ

นายวิทยากร ยืนยันว่าผลผลิตปาล์มมีเพียงพอใช้ในประเทศทั้งภาคอุตสาหกรรม การส่งออก และการบริโภคในประเทศ หากเกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสม จะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของรายได้ในท้องถิ่น และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจฐานรากในภาพรวมต่อไป

ด้านนางสาวสุทัศษา สังข์สำราญ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ กรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่าขณะนี้มีแผนเพิ่มสถานีบริการน้ำมันที่ให้บริการ B20 อยู่ที่ 100 สถานีบริการ และมีการตั้งเป้าให้ถึง 200 สถานีบริการในอนาคต ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันปาล์มที่ปรับตัวสูงขึ้นได้บางส่วน