ทช. เร่งขยายถนน อย.3046 วังน้อย-บางปะอิน คืบหน้า 75% คาดเปิดใช้ปี 70
ทช. เร่งขยายถนน อย.3046 วังน้อย-บางปะอิน คืบหน้า 75%

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ทช. ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคเศรษฐกิจการคมนาคมขนส่ง โดยล่าสุดอยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย อย.3046 แยกทางหลวงหมายเลข 309 - บ้านตลิ่งชัน ในพื้นที่อำเภอวังน้อยและอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เหตุผลที่ต้องขยายถนน

ถนนสาย อย.3046 มีปริมาณการจราจรหนาแน่น โดยมีรถยนต์ รถโดยสาร และรถบรรทุกขนาดใหญ่สัญจรผ่านมากกว่า 12,000 คันต่อวัน ส่งผลให้ถนนชำรุดและไม่สะดวกต่อการเดินทาง นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างอำเภอวังน้อยและอำเภอบางปะอิน โดยมีจุดเริ่มต้นเชื่อมกับทางหลวงหมายเลข 309 และจุดสิ้นสุดบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 3056 ซึ่งปัจจุบันเป็นถนนลาดยาง 2 ช่องจราจรที่คับแคบ ดังนั้น ทช. จึงดำเนินการก่อสร้างขยายถนนดังกล่าว

รายละเอียดโครงการ

โครงการก่อสร้างมีจุดเริ่มต้นที่กิโลเมตรที่ 0+000 ถึงกิโลเมตรที่ 7+250 รวมระยะทาง 7.250 กิโลเมตร ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 619.600 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ขยายผิวจราจรจาก 2 ช่องเป็น 4 ช่องจราจร (ผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก) พร้อมไหล่ทาง
  • ก่อสร้างสะพานกลับรถ จำนวน 4 แห่ง และสะพานข้ามคลอง 1 แห่ง
  • ติดตั้งระบบระบายน้ำ ไฟฟ้าแสงสว่าง และเครื่องหมายจราจรเพื่อความปลอดภัย

ความคืบหน้าและประโยชน์

ปัจจุบันการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 75% ซึ่งเร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ โดยอยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนของงานโครงสร้างทาง งานผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก งานขุดแต่งและดาดคอนกรีตคลองชลประทาน และงานไฟฟ้าแสงสว่าง เมื่อเปิดใช้ถนนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2570 จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรการความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม

ระหว่างการก่อสร้าง ทช. กำชับให้ผู้รับจ้างติดตั้งป้ายเตือน สัญญาณไฟ และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยอย่างครบถ้วน เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่ รวมถึงให้ความสำคัญกับมาตรการลดฝุ่น PM2.5 โดยเพิ่มรอบการรดน้ำ จัดเก็บวัสดุก่อสร้างให้เป็นระเบียบ และตรวจสอบรถจักรกลและอุปกรณ์ก่อสร้างให้พร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันมลภาวะที่อาจกระทบต่อชุมชนโดยรอบ