จาก PromptPay สู่ Stablecoin: อนาคตการเงินไทยพร้อมรับคลื่นดิจิทัลถัดไป
อนาคตการเงินไทย: จาก PromptPay สู่ Stablecoin

จาก PromptPay สู่ Stablecoin: อนาคตการเงินไทยพร้อมรับคลื่นดิจิทัลถัดไป

ระบบการเงินไทยกำลังอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากรูปแบบดั้งเดิมไปสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว โดยมีเทคโนโลยีอย่าง Tokenization และ Stablecoin เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่กำลังกำหนดทิศทาง Danny Levy ผู้บริหารระดับสูงของ Money20/20 Asia ชี้ว่าไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นผู้เล่นสำคัญในระบบการเงินดิจิทัลระดับภูมิภาค หลังพิสูจน์ความสำเร็จจาก PromptPay ที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างถาวร

บทเรียนจาก PromptPay สู่เส้นทาง Stablecoin

ความสำเร็จของ PromptPay ในช่วง COVID-19 แสดงให้เห็นถึงการยอมรับเทคโนโลยีการชำระเงินแบบก้าวกระโดดในไทย แต่สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลและ Stablecoin นั้น Danny อธิบายว่าเส้นทางจะแตกต่างออกไป การ Adoption จะไม่เร็วแบบ QR Payment แต่จะลึกและแก้ปัญหาเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่า เช่น การจัดการธุรกรรมข้ามประเทศที่เพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาจากหลายวันเหลือเพียงนาที

การเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าจะเริ่มจากสถาบันการเงินก่อนขยายสู่ผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งต่างจาก Mobile Payment ที่ผู้บริโภคเป็นผู้ขับเคลื่อนตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตาม Stablecoin ในระดับโลกมีมูลค่าธุรกรรมระดับล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และกำลังถูกใช้งานจริงในการซื้อขายสินทรัพย์และการโอนเงินข้ามพรมแดน ซึ่งเปิดโอกาสให้ไทยและอาเซียนที่มีการโอนเงินมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

TradFi และ DeFi: จากคู่แข่งสู่พันธมิตร

Danny เน้นย้ำว่า Traditional Finance (TradFi) และ Decentralized Finance (DeFi) ไม่ใช่คู่แข่งอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นพันธมิตรที่ทำงานร่วมกัน กว่า 90% ของธนาคารกลางทั่วโลกกำลังศึกษาสกุลเงินดิจิทัล และไทยถือเป็นกรณีศึกษาที่พร้อมจากบทบาทเชิงรุกของธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) และการลงทุนของธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ในเทคโนโลยี Blockchain

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารไทยพาณิชย์ถูกยกเป็นตัวอย่างผู้เล่นที่ลงทุนจริงในการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล ขณะที่ฟินเทคช่วยขยายการเข้าถึงและเร่งนวัตกรรม สะท้อนให้เห็นว่าสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเคลื่อนจากการเก็งกำไรสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่แท้จริง และการหลอมรวมนี้จะสร้าง Financial Stack ใหม่ที่ทั้งสองฝั่งเติมเต็มซึ่งกันและกัน

สามปัจจัยตัดสินอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย

Danny ระบุปัจจัยสำคัญสามประการที่ส่งผลต่ออนาคตของสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย:

  1. ความน่าเชื่อถือ: ต้องการโครงสร้างกฎระเบียบที่แข็งแกร่ง โครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย และการกำกับดูแลที่ชัดเจน โดยเฉพาะในการบูรณาการ DeFi เข้ากับระบบการเงินดั้งเดิม
  2. ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ: ยกย่องบทบาทของ BOT และ SEC ที่มีแนวทางก้าวหน้าและสร้างระบบนิเวศที่สมดุลระหว่างนวัตกรรมและการคุ้มครองผู้บริโภค
  3. การศึกษาและความเข้าใจ: การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในวงกว้างจากทุกฝ่ายเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการยอมรับที่ยั่งยืน เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลแก้ปัญหาที่ซับซ้อนซึ่งผู้บริโภคยังไม่คุ้นเคย

5 เทรนด์กำหนดทิศทางการเงินในอนาคต

Danny ปิดท้ายด้วยการฉายภาพ 5 เทรนด์สำคัญที่จะกำหนดทิศทางการเงินในทศวรรษหน้า:

  • ปัญญาประดิษฐ์ (AI): จะเสริมความชาญฉลาดให้โครงสร้างพื้นฐาน นำสู่ยุค Agentic Finance ที่การชำระเงินเป็นอัตโนมัติและบริการทางการเงิน Proactive มากขึ้น
  • Embedded Finance: จะหลอมรวมเข้ากับแพลตฟอร์มในชีวิตประจำวันจนมองไม่เห็น
  • การชำระเงินข้ามพรมแดน: จะราบรื่นขึ้นโดยมีเอเชียเป็นผู้นำ
  • สินทรัพย์ดิจิทัล: จะบูรณาการเข้าระบบการชำระเงินและสภาพคล่อง
  • Financial Inclusion: จะกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่แท้จริง โดยเทคโนโลยีใหม่จะเปิดประตูให้ SMEs และประชากรที่เข้าไม่ถึงระบบการเงินเดิม

สำหรับประเทศไทย การหลอมรวมของ TradFi และ DeFi ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นโอกาสเชิงโครงสร้างที่ทำให้ไทยมีโอกาสก้าวจาก Fast Adopter สู่ Regional Leader ในระบบการเงินยุคถัดไป เมื่อโครงสร้างพื้นฐานพร้อม ภาคธนาคารแข็งแรง หน่วยงานกำกับดูแลมีบทบาทเชิงรุก และผู้บริโภคเปิดรับนวัตกรรม