ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ หรือ ดร.ยุ้ย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นที่รู้จักในฐานะทีมนโยบายของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปี 2564 แต่เบื้องหลังความสำเร็จคือเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยการตัดสินใจที่ยากลำบากและความรับผิดชอบ
จากรั้วจุฬาฯ สู่ธุรกิจครอบครัว
ดร.ยุ้ยเริ่มต้นชีวิตในตึกแถวย่านบางรัก พ่อค้าขายของสารพัดตั้งแต่กาแฟจนถึงบ้าน โครงการแรกของครอบครัวคือเสนาวิลล่า ย่านลาดปลาเค้า เธอเรียนจบจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และคณะบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนได้รับทุนไปเรียนต่อปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ที่ Claremont Graduate University สหรัฐอเมริกา และกลับมาเป็นอาจารย์ที่จุฬาฯ
“ยุ้ยโชคดีที่เกิดทันพ่อจน เห็นความยากลำบาก ยุ้ยเรียนโทและเอกด้วยทุนจุฬาฯ เพราะอยากเป็นอาจารย์กลับมาสอนหนังสือใช้ทุน ยุ้ยไม่อินกับธุรกิจของที่บ้าน แต่พอคุณพ่อไม่สบาย มีเหตุให้ต้องเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ ยุ้ยเป็นลูกสาวคนโต มีน้องสาว 2 คนที่ห่างกันเป็น 10 ปี นี่คือความรับผิดชอบ ทำ 2 งานควบมาตลอด โชคดีที่คณะบัญชี จุฬาฯเข้าใจ คณบดีให้ความเมตตา แต่ในที่สุดการทำงาน 2 อย่าง มันทำได้ไม่เต็มที่ทั้งคู่ ยุ้ยรู้สึกว่าเราไม่มีความรับผิดชอบต่อธุรกิจของคุณพ่อและต่องานสอนหนังสือ จึงตัดสินใจลาออกจากจุฬาฯ โทร.ไปร้องไห้กับคณบดี เพราะรักงานนี้มาก”
การปรับตัวและเรียนรู้
ช่วงแรกที่เข้ามาช่วยธุรกิจครอบครัว ดร.ยุ้ยเผชิญความท้าทายมากมาย “ช่วงแรกๆ ยุ้ยไม่มีใจเลย ตอนนั้นเสนายังทำงานแบบครอบครัว พนักงาน 40-50 คน มีแต่ญาติ ยุ้ยเป็นลูกเจ้าของ ไม่มีตำแหน่ง คุณพ่อป่วยแต่ยังเซ็นเช็คเอง เรามีหน้าที่แจกแจงว่าเอาเงินไปทำอะไร เป็นช่วงที่รู้สึกเหงา เบื่อ ไม่มีคนคุยด้วย แต่ก็ได้เรียนรู้ในฐานะอาจารย์ว่า เวลาเรียนเราสอนกรอบ กระบวนการทำธุรกิจ เช่น วิธีการหาแหล่งเงินทุน แต่ไม่ได้สอนวิธีกู้แบงก์ให้เก่ง ต้องทำอย่างไร เรียนมาขนาดไหน ก็ไม่เท่ากับได้ลงมือปฏิบัติ”
ปัจจุบัน ดร.ยุ้ยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ขณะที่คุณพ่อธีรวัฒน์หายป่วยและยังเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร น้องสาวทั้งสองคนเข้ามาช่วยงาน เธอเรียนรู้ระบบนิเวศธุรกิจด้วยการเป็นสมาชิกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ทุกแห่ง ออกสำรวจตลาดทุกวันศุกร์ และนำหุ้นเสนาเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2552
นวัตกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
เสนากลายเป็นผู้ประกอบการไทยรายแรกที่ริเริ่มโครงการหมู่บ้านโซลาร์ในปี 2559 โดยติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาทุกหลัง แนวคิดนี้มาจากประสบการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 “ปีนั้นลูกบ้านหลายโครงการถูกน้ำท่วม ยุ้ยลงไปช่วย เห็นความเสียหายแล้ว รู้สึกภัยธรรมชาติทวีความรุนแรง ในฐานะผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เราต้องรบกวนธรรมชาติให้น้อยลง ยุ้ยนึกถึงพลังงานทางเลือกจากแสงอาทิตย์ โจทย์คือต้องติดตั้งไปกับบ้านเลยและราคาต้องไม่เป็นภาระ ถกกับเซลส์จนจะล้มเลิกความคิดหลายครั้ง โลเลตลอดเวลา เพราะขณะนั้นโซลาร์เซลล์ยังแพงและใหม่มาก แต่ในที่สุดก็ทำสำเร็จ โครงการแรกคือเสนาพาร์ควิลล์ รามอินทรา ช่วยลูกบ้านประหยัดค่าไฟไปได้มาก แถมลดการทำลายสิ่งแวดล้อม”
ขยายธุรกิจและช่วยเหลือสังคม
ปัจจุบันเสนาขยายขอบเขตสู่ธุรกิจลีสซิ่ง ขายโซลาร์เซลล์ รถอีวี และสนามกอล์ฟ ดร.ยุ้ยเปิดบริษัทลูก “เงินสดใจดี” เพื่อช่วยคนที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อให้มีโอกาสซื้อบ้าน “บ้านคือสินทรัพย์ที่สำคัญ ทุกวันนี้การมีบ้านยากขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจ ยุ้ยจึงเปิดบริษัทลูกชื่อ ‘เงินสดใจดี’ ช่วยคนอยากมีบ้าน แต่ไม่มีการวางแผนการเงิน ทำให้กู้ยาก กู้ไม่ผ่าน หรือเข้าไม่ถึงแหล่งทุน เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์และวางแผน เริ่มจากช่วยได้ 10% ของคนที่เคยถูกปฏิเสธ เราได้ขายบ้าน ส่วนลูกค้าได้มีบ้านตามที่ฝันไว้”
ปี 2568 กลุ่มเสนามีรายได้ 5,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% กำไรสุทธิ 500 ล้านบาท และกำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน 940 ล้านบาท โต 93% แต่ดร.ยุ้ยไม่ยอมพูดว่าสำเร็จ “ยุ้ยล้มเหลว ผิดพลาดก็มาก เคยทำคอนโดผู้สูงอายุ ขาดทุนไป 100 ล้านบาท ไม่ได้สำเร็จทุกเรื่อง พอเป็นนักธุรกิจเต็มตัว ก็อยากได้เงินแหละ บริษัทไหนๆ ก็อยากได้เงินเพิ่ม แต่มองเงินอย่างเดียวไม่ได้ ทำธุรกิจที่ดีต้องมีหมุดหมาย”



