วิกฤตอสังหาฯ ปี 2568: ตลาดชะลอตัว ยอดขาย-โอนลด 10 บิ๊กดีเวลลอปเปอร์ปรับกลยุทธ์รับมือ
ปี 2568 ถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยภาพรวมการเปิดตัวโครงการใหม่ชะลอตัวลง ขณะที่ยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ปรับลดลงตามข้อจำกัดด้านกำลังซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม การโอนกรรมสิทธิ์โดยรวมยังคงเติบโต สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของคนไทยยังมีอยู่ เพียงแต่ผู้บริโภคหันไปเลือกซื้อบ้านมือสองในสัดส่วนที่มากขึ้น เนื่องจากมีระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า
ผลงาน 10 บิ๊กดีเวลลอปเปอร์: กำไร-รายได้ลดหลั่นกัน
จากการสำรวจพบว่า บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำต้องปรับกลยุทธ์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป โดยทุกบริษัทมีรายได้และกำไรลดลงมากน้อยแตกต่างกันไป พร้อมเลือกเปิดโครงการในทำเลที่มีความต้องการชัดเจน โดยเฉพาะตลาดระดับบนในกรุงเทพฯ และภูเก็ต ซึ่งยังมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่งรองรับ
- แสนสิริ: กำไรสุทธิ 4,513 ล้านบาท รายได้รวม 34,395 ล้านบาท มีพอร์ตการลงทุนที่สมดุล สามารถรักษาอัตรากำไร ควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีวินัย
- เอพี ไทยแลนด์: กำไรสุทธิ 4,317 ล้านบาท รายได้รวม 37,626 ล้านบาท มุ่งเดินเกมเติบโตเชิงคุณภาพต่อในปี 2569 ควบคู่โครงสร้างการเงินที่มั่นคง
- ศุภาลัย: กำไรสุทธิ 4,015 ล้านบาท รายได้รวม 24,772 ล้านบาท มีการกระจายพอร์ตทั้งในกรุงเทพฯ ภูมิภาค และต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลีย
- แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์: กำไรสุทธิ 3,716 ล้านบาท รายได้ 23,200 ล้านบาท
- ควอลิตี้เฮ้าส์: กำไรสุทธิ 1,728 ล้านบาท รายได้ 7,882 ล้านบาท
- เอสซี แอสเสท: กำไรสุทธิ 1,533 ล้านบาท รายได้ 20,649 ล้านบาท
- แอสเซทไวส์: กำไรสุทธิ 1,078 ล้านบาท รายได้ 9,419 ล้านบาท
- ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้: กำไรสุทธิ 720 ล้านบาท รายได้ 9,223 ล้านบาท
- อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์: กำไรสุทธิ 56 ล้านบาท รายได้ 6,555 ล้านบาท
- แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์: กำไรสุทธิ 29 ล้านบาท รายได้ 6,734 ล้านบาท
นอกจากนี้ พบว่ามี 3 บริษัทที่กำไรสุทธิลดลงไม่เกิน 15% ได้แก่ แสนสิริ, เอพี ไทยแลนด์ และ เอสซี แอสเสท สะท้อนวินัยทางการเงินและความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์ในการบริหารพอร์ตธุรกิจท่ามกลางภาวะตลาดที่ท้าทายได้ดี
แนวโน้มฟื้นตัวและกลยุทธ์ขับเคลื่อนตลาดปี 2569
นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาฯไทยปี 2568 แม้ภาพรวมจะชะลอตัวลง แต่ช่วงไตรมาส 4 มีสัญญาณการฟื้นตัวต่อเนื่องจากแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐและทิศทางดอกเบี้ยขาลงที่เริ่มเอื้อต่อการตัดสินใจซื้อ ส่งผลให้แนวโน้มปี 2569 คาดว่าตลาดจะค่อย ๆ เคลื่อนไปสู่สมดุลใหม่ ภายใต้เศรษฐกิจที่กำลังปรับฐานและสร้างเสถียรภาพมากขึ้น
พลัสฯ มองว่าแนวทางในการขับเคลื่อนตลาดอสังหาฯ ไทยในปี 2569 มี 4 ข้อสำคัญ:
- Quality over Quantity: การเติบโตจะวัดกันที่คุณภาพของโครงการในทำเลศักยภาพ และความสามารถในการดูแลหลังการขาย
- Financial Discipline & Recurring Model: การรักษาสภาพคล่อง ควบคุมต้นทุน และเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ
- Lifestyle Personalization: การออกแบบที่เจาะจงเฉพาะกลุ่มมากขึ้น เช่น Pet Friendly, สังคมผู้สูงอายุ
- Smart Tech as a Standard: เทคโนโลยีบริหารจัดการอาคารและระบบความปลอดภัยอัจฉริยะจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่
แม้ตลาดจะยังมีความท้าทาย แต่องค์กรที่สามารถยกระดับการทำงานเชิงคุณภาพได้ตั้งแต่การพัฒนาโครงการไปจนถึงการดูแลหลังการขาย รวมถึงการสร้าง Ecosystem ที่รองรับการใช้ชีวิตแบบครบวงจร จะเป็นแต้มต่อสำคัญในการแข่งขันและการสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้กับทั้งโครงการและผู้อยู่อาศัยในระยะยาว



