ตลาดบ้านมือสองไตรมาส 4 ปี 2568: บ้านเดี่ยวราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทครองแชมป์ขายดี แต่การโอนกรรมสิทธิ์ลดลงทุกประเภท
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยแพร่รายงานวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศในไตรมาส 4 ปี 2568 พบว่า บ้านเดี่ยวราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นประเภทที่ประกาศขายมากที่สุด แต่ภาพรวมตลาดยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัวจากการที่การโอนกรรมสิทธิ์ลดลงทุกประเภท
อุปทานที่อยู่อาศัยมือสองเพิ่มขึ้น แต่ชะลอตัวเมื่อเทียบไตรมาสก่อน
ข้อมูลรวบรวมจากเว็บไซต์ประกาศขายและสถาบันการเงินพบว่า ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2568 มีที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั่วประเทศ 226,278 หน่วย มูลค่ารวม 1.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.8 และ 54.7 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จำนวนหน่วยและมูลค่าประกาศขายลดลงร้อยละ 7.0 และ 12.6 ตามลำดับ
ผู้ขายหลักในตลาดได้แก่ บุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีสัดส่วนสูงสุดที่ร้อยละ 44.3 ของหน่วยประกาศขาย รองลงมาคือกรมบังคับคดีและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
บ้านเดี่ยวนำโด่งประกาศขาย ห้องชุดพุ่งแรง
ในแง่ประเภทที่อยู่อาศัย บ้านเดี่ยว ยังคงครองอันดับหนึ่งด้วยสัดส่วนร้อยละ 40.0 ของหน่วยประกาศขายทั้งหมด รองลงมาคือห้องชุดและทาวน์เฮ้าส์ เมื่อเทียบกับปีก่อน ห้องชุดมีอัตราการเพิ่มขึ้นของหน่วยและมูลค่าสูงสุดที่ร้อยละ 79.1 และ 141.7 ตามลำดับ
สำหรับระดับราคา กลุ่ม ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยประกาศขายมากที่สุดที่ 55,536 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 24.5 แต่กลุ่มราคามากกว่า 10 ล้านบาทกลับมีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงสุดทั้งหน่วยและมูลค่า
การโอนกรรมสิทธิ์ลดลงทุกประเภท สะท้อนภาวะชะลอตัว
ด้านอุปสงค์ การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองในไตรมาสนี้มีจำนวน 55,592 หน่วย มูลค่า 113,651 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.5 และ 8.2 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การลดลงนี้เกิดขึ้นทุกประเภทที่อยู่อาศัย โดยบ้านเดี่ยวมีการโอนมากที่สุดแต่ก็ลดลงเช่นกัน
การโอนกรรมสิทธิ์ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท แต่มีมูลค่าการโอนเพิ่มขึ้นเพียงกลุ่มราคามากกว่า 10 ล้านบาทเท่านั้น
กรุงเทพฯ นำมูลค่าประกาศขาย ภูเก็ตราคาเฉลี่ยสูงสุด
จังหวัดที่มีมูลค่าประกาศขายสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี นนทบุรี สมุทรปราการ ภูเก็ต ปทุมธานี เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ และระยอง ซึ่งรวมกันมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 87.5 ของตลาดมือสองทั่วประเทศ กรุงเทพมหานคร มีมูลค่าประกาศขายมากที่สุดที่ 729,012 ล้านบาท ขณะที่ ภูเก็ต มีราคาประกาศขายเฉลี่ยสูงสุดที่ 10.2 ล้านบาทต่อหน่วย
ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยมือสองยังคงเผชิญภาวะชะลอตัวจากการที่อุปสงค์หดตัว แม้อุปทานจะขยายตัวแต่ส่วนใหญ่เป็นทรัพย์ราคาสูง ซึ่งอาจสะท้อนความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่จำกัดของผู้บริโภค



