พฤกษา เปิดภารกิจจักรวาล ปรับแบรนด์-โมเดลธุรกิจใหม่ ตั้งเป้ารายได้แตะ 20,000 ล้านบาท
พฤกษา ปรับแบรนด์ใหม่ ตั้งเป้ารายได้ 20,000 ล้านบาท

พฤกษา เปิดภารกิจจักรวาล ปรับแบรนด์-โมเดลธุรกิจใหม่ ตั้งเป้ารายได้แตะ 20,000 ล้านบาท

ในยุคที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH) ได้ประกาศเดินหน้าภารกิจจักรวาลเพื่อปรับแบรนด์และโมเดลธุรกิจใหม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการปั้นรายได้รวมให้กลับไปแตะระดับ 20,000 ล้านบาทภายในปี 2570 หลังรายได้ปี 2568 ลดลง 28% มาอยู่ที่ 14,983 ล้านบาท

จากตำนานบ้านหลังแรก สู่การรีเซ็ตตัวเองในยุคดิจิทัล

หากย้อนกลับไปในอดีต ชื่อของ พฤกษา ถือเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ระดับตำนานที่ครองใจผู้บริโภคที่ต้องการบ้านหลังแรกมาตั้งแต่ปี 2536 อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ความนิยมของแบรนด์เริ่มลดลงเนื่องจากพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่โหยหาไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง และการเข้ามาของคู่แข่งหน้าใหม่ที่มีภาพลักษณ์ทันสมัย

การขยับตัวในปี 2559 สู่การเป็น พฤกษา โฮลดิ้ง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ แต่ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา บริษัทต้องเผชิญกับบทพิสูจน์ครั้งสำคัญจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาและเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ที่เป็นเซกเมนต์หลักของพฤกษามาโดยตลอด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยปี 2568: ฝั่งดีมานด์หดตัวชัดเจน

ในปี 2568 ตลาดที่อยู่อาศัยเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก โดยยอดเปิดตัวโครงการใหม่ลดลงถึง 33% และยอดพรีเซลติดลบ 14-17% โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่อาการหนักสุดติดลบถึง 40% สะท้อนถึงกำลังซื้อที่เปราะบางและสถาบันการเงินที่เข้มงวด

แม้จะเปิดตัวน้อยลง แต่สต็อกสะสมในตลาดยังสูงถึง 1.29 ล้านล้านบาท ทำให้ตลาดตกอยู่ในโหมด ดูดซับ ที่ผู้เล่นต้องโฟกัสที่กระแสเงินสดมากกว่าการเร่งการเติบโต

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ภารกิจจักรวาลปี 2569: เปลี่ยนวิธีคิดสู่การเติบโตเชิงคุณภาพ

ภายใต้การนำของ ปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม PSH พฤกษาได้วางกลยุทธ์ใหม่ภายใต้กรอบ Asset-Optimized, Capital-Efficient, Well Living-Focused ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากการเน้นขยายพอร์ตแบบกว้าง มาเป็นการเติบโตเชิงคุณภาพ

  1. Asset-Optimized: บริหารจัดการพอร์ตที่ดินมูลค่า 12,800 ล้านบาทให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเน้นสร้างรายได้ประจำที่สม่ำเสมอ เช่น การพัฒนาอพาร์ตเมนต์แบรนด์ iPlern ตั้งเป้า 30 ตึกภายในปี 2569 และคลังสินค้าอัจฉริยะ โอเมก้า บางนา ที่เตรียมรับรู้รายได้ในไตรมาส 3 ปี 2569
  2. Capital-Efficient: ปรับพอร์ตหนี Red Ocean ด้วยการลดสัดส่วนบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทจาก 35% เหลือ 25% และหันไปบุกตลาด Mid-to-Upper Segment แทน โดยปี 2569 เตรียมเปิด 7 โครงการใหม่มูลค่า 8,200 ล้านบาท เน้นทำเลยุทธศาสตร์
  3. Well Living-Focused: บูรณาการสุขภาพเข้ากับบ้านผ่านโมเดล Family Doctor โดยใช้เครือ โรงพยาบาลวิมุต เป็นหัวเจาะ ซึ่งปี 2568 วิมุตทำรายได้ 2,243 ล้านบาท และตั้งเป้าพุ่งสู่ 2,600 ล้านบาทในปี 2569

เป้าหมายรายได้และการลงทุนในปี 2569

พฤกษาตั้งเป้ารายได้รวมในปี 2569 ที่ 18,800 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ 15,000 ล้านบาท และเฮลท์แคร์ 2,600 ล้านบาท โดยมีแผนทะยานกลับสู่ระดับ 20,000 - 25,000 ล้านบาทภายในปี 2570 หรือ 2571

สำหรับงบลงทุนในปี 2569 บริษัทได้วางไว้ที่ 4,400 ล้านบาท แบ่งเป็นใช้สำหรับซื้อที่ดินและการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ 1,500 ล้านบาท และอีก 2,900 ล้านบาทสำหรับลงทุนในโรงพยาบาล คลังสินค้า และอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์

การขยับตัวครั้งนี้ของพฤกษาไม่ใช่แค่การหนีตายจากภาวะเศรษฐกิจ แต่เป็นการ รีเซ็ต ตัวเองที่เปลี่ยนจากผู้ขายบ้าน มาเป็นผู้ดูแลคุณภาพชีวิตในทุกมิติ ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน และการรักษาพยาบาล ซึ่งหากทำสำเร็จ นี่จะเป็นการกลับมาของแบรนด์ระดับตำนานในเวอร์ชันที่แข็งแกร่งและยั่งยืนกว่าเดิม