ตลาดรอมฎอนซี.เอส. ปัตตานี: พื้นที่แบ่งปันและเศรษฐกิจชุมชน สู่โมเดลสร้างสันติภาพยั่งยืน
เดือนรอมฎอนถือเป็นเดือนสำคัญของพี่น้องชาวมุสลิม เป็นช่วงเวลาแห่งการถือศีลอด การฝึกฝนจิตใจ และการเสริมสร้างคุณธรรม ในช่วงบ่ายแก่ๆ บรรยากาศตามตลาดต่างๆ ในจังหวัดปัตตานีเริ่มคึกคัก พ่อค้าแม่ค้านำอาหารคาวหวานหลากหลายเมนูมาจัดวางจำหน่าย เพื่อให้ผู้คนได้เลือกซื้อเตรียมไว้สำหรับการละศีลอดในตอนเย็น ตลาดรอมฎอนไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ค้าขาย แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปัน ความอบอุ่น และการเติมเต็มพลังใจให้กับชุมชน
ตลาดรอมฎอนซี.เอส.: การรวมพลัง 3 ฝ่ายเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
จังหวัดปัตตานีมีตลาดรอมฎอนหลายแห่ง เช่น ตลาดจะบังติกอ ตลาดปูยุด และตลาดยะหริ่ง แต่ตลาดรอมฎอนซี.เอส. ปัตตานี เป็นตลาดใหม่ที่ริเริ่มในปี 2567 หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ โดยได้รับการพัฒนาจากตลาดเทศกาลสู่พื้นที่นวัตกรรมสังคม นายนนทวัฒน์ คงเหมาะ ผู้จัดการตลาดรอมฎอนซี.เอส. เปิดเผยว่า ตลาดนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 จากแนวคิดของภาคเอกชนที่ต้องการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะในช่วงเดือนรอมฎอน
"เราเปิดพื้นที่บริเวณสนามหญ้าหน้าโรงแรมให้เป็นตลาดชั่วคราวโดยไม่เก็บค่าเช่า เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยมีโอกาสสร้างรายได้ ซึ่งสะท้อนความเข้าใจในบริบทสังคมที่เดือนรอมฎอนเป็นช่วงเวลาศรัทธาและการจับจ่ายอาหารละศีลอดที่คึกคัก" นายนนทวัฒน์กล่าว ตลาดนี้เติบโตจนมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 200 ร้านค้า และมียอดขายสูงถึง 30 ล้านบาทในปีที่แล้ว
ระบบข้อมูลและกลไกแบ่งปัน: การบูรณาการจากมหาวิทยาลัยสู่ชุมชน
รศ.จรีรัตน์ รวมเจริญ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.อ.ปัตตานี ในฐานะนักวิจัยคลัสเตอร์อาหารและผลิตภัณฑ์ฮาลาล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มีส่วนร่วมพัฒนาตลาดใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่
- การจัดการระบบข้อมูล: ออกแบบระบบฐานข้อมูลผู้ประกอบการและติดตามการหมุนเวียนรายได้
- ระบบลงทะเบียนและบริหารผู้ค้า: พัฒนาระบบลงทะเบียนออนไลน์เพื่อลดความซ้ำซ้อนและสร้างความเป็นธรรม
- ระบบการแบ่งปันภายในตลาด: ออกแบบกลไกการแบ่งปัน เช่น มุมอาหารแบ่งปันและระบบคูปอง สอดคล้องกับจิตวิญญาณเดือนรอมฎอน
ตลาดนี้ยังเป็นห้องเรียนภาคสนามสำหรับนักศึกษาในการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้จริง เช่น การให้คำแนะนำด้านดิจิทัลและการทดลองผลิตภัณฑ์
วิสัยทัศน์สู่สันติภาพยั่งยืน: จากเศรษฐกิจฐานรากสู่การแบ่งปัน
นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เน้นย้ำหลักคิด "ปัตตานีเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อสันติภาพที่ยั่งยืน" โดยชี้ว่าตลาดรอมฎอนซี.เอส. เกิดจากการรวมตัวของ 3 พลัง ได้แก่ พลังองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัย พลังศรัทธาจากภาคเอกชนและชุมชน และพลังภาคีเครือข่ายในพื้นที่
"การที่ภาคเอกชนเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการกว่า 200 ครัวเรือนโดยไม่เก็บค่าเช่า ถือเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ สร้างโอกาสรายได้เลี้ยงครอบครัว" ผู้ว่าราชการจังหวัดกล่าว พร้อมตั้งเป้านำโมเดลการจัดการข้อมูลของตลาดนี้ไปต่อยอดสู่ระดับอำเภอและตำบล เพื่อสร้างโครงข่ายเศรษฐกิจที่เข้มแข็งจากฐานราก
นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริการส่วนจังหวัดปัตตานี กล่าวเสริมว่า ตลาดรอมฎอนเป็นพื้นที่สะท้อนความงดงามของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข โดยมีจุดเด่นคือไม่ใช่พื้นที่เฉพาะชาวมุสลิม แต่ทุกศาสนิกชนมารวมตัวกัน "สินค้าไม่มีการขึ้นราคา แม้สถานการณ์โลกผันผวน แต่ที่นี่เราขายบ้าง แถมบ้าง และแบ่งปันกัน"
เศรษฐกิจฐานราก: ทางรอดในยุคสงครามการค้า
นายกิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ระบุว่า ในสภาวะที่โลกเผชิญสงครามการค้า รัฐบาลควรลงทุนในเศรษฐกิจฐานรากผ่านการใช้ข้อมูลความรู้อย่างยุติธรรม ตลาดรอมฎอนซี.เอส. ถือเป็นตัวอย่างตลาดเมืองที่มีส่วนร่วม ที่ออกแบบให้เครือข่ายธุรกิจชุมชนมีส่วนร่วมบริหารจัดการเอง
"การออกแบบตลาดต้องทำให้เห็นการกระจายรายได้และการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ โดยผู้ประกอบการควรเป็นผู้จำหน่ายสินค้าท้องถิ่นที่ใช้ทรัพยากรในพื้นที่เป็นฐาน" นายกิตติกล่าว พร้อมเน้นว่าหากเศรษฐกิจฐานรากดีขึ้น ความมั่นคงอย่างยั่งยืนจะตามมา
ตลาดรอมฎอนซี.เอส. ปัตตานี จึงไม่เพียงเป็นแหล่งอาหารละศีลอด แต่ยังเป็นพื้นที่แบ่งปันที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน เชื่อมโยงวิถีชีวิต และมุ่งสู่สันติภาพยั่งยืนในจังหวัดชายแดนใต้ ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยและความร่วมมือของทุกภาคส่วน



