ชาวชีอะห์ในไทยรวมตัวหน้าสถานทูตอิหร่าน วางดอกไม้ไว้อาลัยผู้นำสูงสุด
ชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ในประเทศไทยกว่า 200 คน ได้รวมตัวกันอย่างสงบที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในการแสดงความไว้อาลัยต่อการสูญเสีย อยาตุลลอฮ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้นำประเทศแล้ว ยังถือเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวชีอะห์ทั่วโลกอีกด้วย
กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์และมอบหนังสือจุดยืน
ผู้ร่วมกิจกรรมได้นำดอกไม้จำนวนมากมาวางไว้ภายในบริเวณสถานทูตอิหร่าน เพื่อแสดงความเสียใจและเคารพต่อบุคคลสำคัญที่จากไป พร้อมทั้งได้นำหนังสือประกาศจุดยืนไปมอบให้กับ นายนัสเซอร์รุดดีน ไฮดารี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย โดยกิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นการรวมตัวของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างชัดเจน แต่เป็นตัวแทนของชาวชีอะห์ในประเทศไทยที่มีความเคารพและศรัทธาต่อผู้นำอิหร่านอย่างลึกซึ้ง
การดูแลความปลอดภัยโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความสงบเรียบร้อยตลอดการรวมตัว กำลังตำรวจ 30 นาย จาก สน.ทองหล่อ, สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือตำรวจ 191 และตำรวจสันติบาล ได้เข้าดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีการปิดการจราจรบริเวณหน้าสถานทูตอิหร่านเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 10.00–11.00 น. เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นจากการชุมนุม
จุดยืนของชาวชีอะห์ในประเทศไทย
นายอาลี ชาฮุไซนี ตัวแทนกลุ่มชาวชีอะห์ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียบุคคลสำคัญที่ชาวชีอะห์ให้ความเคารพ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีชาวชีอะห์ประมาณ 40,000–45,000 คน จึงต้องการแสดงจุดยืนว่ายังมีผู้ที่รักและเคารพผู้นำอิหร่านในประเทศนี้ และรู้สึกเศร้าโศกต่อการจากไปจากเหตุลอบสังหาร
นายอาลี ยังกล่าวเสริมว่า การรวมตัวที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านในครั้งนี้ เป็นการเลือกใช้วิธีการที่สันติ เพื่อให้กำลังใจรัฐบาลและประชาชนชาวอิหร่าน แม้ว่าจะสามารถไปแสดงออกที่สถานทูตสหรัฐ หรืออิสราเอลก็ได้ แต่เนื่องจากรัฐบาลไทยได้ขอความร่วมมือให้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบและรักษาความสงบ ประกอบกับผู้ร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่เป็นคนไทย จึงตัดสินใจเลือกวิธีที่สงบและเหมาะสมที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งหรือปัญหาที่อาจตามมา
บริบทความขัดแย้งในระดับสากล
กิจกรรมนี้เกิดขึ้นในขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 โดยมีรายงานการโจมตีคลังน้ำมันอิหร่านจากอิสราเอล และการแสดงท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดในภูมิภาคที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนมุสลิมทั่วโลก รวมถึงชาวชีอะห์ในประเทศไทยด้วย



