ความเรียบง่ายและเป็นกันเองของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา หรือที่ประชาชนทั่วไปรู้จักในพระนาม “องค์ภา” มิใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว หากแต่เป็นเนื้อแท้ที่สะท้อนชัดเจนผ่านแนวทางการทรงงานในหน้าประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่พระองค์ทรงเลือกเส้นทางสายกฎหมายและก้าวเข้าสู่การเป็นอัยการ ข้าราชการเรือนหมื่นที่สัมผัสความทุกข์ยากของชาวบ้านอย่างใกล้ชิด
จากอัยการจังหวัดสู่พระราชกรณียกิจเพื่อปวงชน
ย้อนกลับไปในเส้นทางการทำงานด้านกฎหมาย หลังจากทรงสำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา พระองค์ทรงเข้ารับราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด และในเวลาต่อมาได้เสด็จไปทรงดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดผู้ช่วยและรองอัยการจังหวัดอุดรธานี (พ.ศ. 2551–2552) รวมถึงการเสด็จไปทรงงานที่จังหวัดหนองบัวลำภู การเสด็จไปทรงงานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้พระองค์ได้สัมผัสวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม และความจริงของสังคมในท้องถิ่นภูมิภาคอย่างลึกซึ้ง
เมนูทรงโปรดบนโต๊ะอาหารและวิถีชีวิตอัยการติดดิน
ในช่วงที่ทรงงานเป็นอัยการที่จังหวัดอุดรธานี เรื่องเล่าจากเพื่อนร่วมงานและประชาชนในพื้นที่ต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันถึงความสมถะ พระองค์ทรงโปรดที่จะเสวยอาหารกลางวันร่วมกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่อัยการคนอื่นๆ โดยไม่จำเป็นต้องจัดโต๊ะเสวยแยกเป็นพิเศษ เมนูทรงโปรดที่มักปรากฏบนโต๊ะอาหารบ่อยครั้งคืออาหารอีสานพื้นบ้าน เช่น ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบหมู และข้าวเหนียว รสชาติแบบท้องถิ่นแท้ๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นเมนูที่ทรงโปรดปรานแล้ว การร่วมโต๊ะเสวยอย่างไม่ถือพระองค์ยังเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานสามารถเข้าถึงและทูลเกล้าฯ รายงานข้อเท็จจริงในคดีความต่างๆ ได้อย่างตรงไปตรงมา
เจาะลึก 3 เมนูทรงโปรด รสชาติพื้นบ้านที่ครองพระทัย
- อาหารอีสาน (ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว) รสชาติจัดจ้านแท้ๆ แบบท้องถิ่น ไม่ต้องปรุงแต่งพิเศษ ช่วงทรงงานเป็นอัยการที่อุดรธานี
- น้ำพริกและผักต้ม เน้นผักสด ผักลวก เป็นเมนูชูสุขภาพ การดูแลพระพลานามัยและการออกกำลังกาย
- ผลิตภัณฑ์โครงการหลวง / ดอยคำ น้ำผลไม้และวัตถุดิบอินทรีย์จากชุมชน การสนับสนุนรายได้ให้เกษตรกรไทย
1. อาหารอีสานรสจัดจ้าน (ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว)
เมื่อครั้งเสด็จฯ ไปทรงงานในพื้นที่ภาคอีสาน องค์ภาทรงโปรดอาหารท้องถิ่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะส้มตำ ไก่ย่าง ลาบหมู และข้าวเหนียว ทรงโปรดรสชาติแบบดั้งเดิมที่จัดจ้านและกลมกล่อม มีเรื่องเล่าว่าพระองค์ทรงสามารถเสวยอาหารอีสานร่วมกับข้าราชบริพารได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ถือพระองค์เลยแม้แต่น้อย
2. น้ำพริกและผักต้ม เมนูสุขภาพเพื่อพระพลานามัย
เนื่องจากทรงเป็นเจ้านายรุ่นใหม่ที่ใส่พระทัยในเรื่องการออกกำลังกายและสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการที่ทรงโปรดการวิ่งมาราธอนและปั่นจักรยาน บนโต๊ะเสวยจึงมักจะมีน้ำพริกชนิดต่างๆ เคียงคู่กับผักต้มและผักสดอยู่เสมอ ซึ่งเป็นเมนูที่เรียบง่าย ย่อยง่าย และให้สารอาหารครบถ้วน
3. ผลผลิตจากโครงการหลวงและดอยคำ
พระองค์ทรงเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการสนับสนุนสินค้าไทย ในส่วนของเครื่องดื่มและของว่าง ทรงโปรดน้ำผลไม้พร้อมดื่ม ผลไม้อบแห้ง และวัตถุดิบผักปลอดภัยจากโครงการหลวงและดอยคำ ซึ่งทุกครั้งที่เสด็จฯ ไปทรงงานในพื้นที่ห่างไกล ทรงมักจะนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปแนะนำและสนับสนุนให้ชาวบ้านหันมาบริโภคเพื่อสุขภาพอีกด้วย
“พระองค์ท่านทรงทานง่ายมาก อาหารกลางวันของอัยการอย่างไร พระองค์ก็เสวยอย่างนั้น ส้มตำ ไก่ย่าง เป็นเมนูที่สลับหมุนเวียนมาบนโต๊ะเสวยบ่อยครั้งที่สุด และทรงมีความสุขทุกครั้งที่ได้เสวยอาหารร่วมกับทุกคน” คำบอกเล่าจากอดีตข้าราชการสำนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี
จากจานอาหารสู่การทรงงานเพื่อยกระดับชีวิตราษฎร
ความเรียบง่ายของเมนูทรงโปรดเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดในการทรงงานขององค์ภาอย่างชัดเจน พระองค์ทรงใช้ “ความธรรมดา” เป็นสะพานเชื่อมโยงเข้าหาประชาชน ทำให้ทรงเข้าใจถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และความต้องการที่แท้จริงของชาวบ้าน นำไปสู่การขับเคลื่อนโครงการพระดำริต่างๆ เช่น มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก และโครงการกำลังใจฯ ที่มุ่งเน้นการให้โอกาสและความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานแก่ผู้ยากไร้และผู้เปราะบางในสังคม ทั้งในด้านการฝึกอาชีพ การพัฒนาจิตใจ และการมอบโอกาสกลับคืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน
ด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ทรงขับเคลื่อนข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง (ข้อกำหนดกรุงเทพ หรือ Bangkok Rules) จนได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้านบรรเทาทุกข์ ทรงเน้นย้ำให้มูลนิธิฯ ทำงานเชิงรุก ทั้งการเฝ้าระวังน้ำท่วม การบรรเทาทุกข์ และการฟื้นฟูอาชีพชุมชนหลังจากวิกฤตผ่านพ้นไป
เรื่องเล่าเกี่ยวกับเมนูทรงโปรดและพระจริยวัตรอันสมถะนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวไลฟ์สไตล์ส่วนพระองค์ แต่เป็นสิ่งสะท้อนถึงพระวิริยอุตสาหะและความผูกพันอันลึกซึ้งที่ทรงมีต่อประชาชนและแผ่นดินไทยอย่างไม่เสื่อมคลาย



