เปิดตำรา 'พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม' 9 พิมพ์ทรงมาตรฐาน พร้อมเทคนิคพิจารณาความแท้
สำหรับนักสะสมพระเครื่องและผู้ที่สนใจในแวดวงพระสมเด็จ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของพิมพ์ทรงมาตรฐานและวิธีการตรวจสอบความแท้ ซึ่งมีรายละเอียดซับซ้อนและน่าสนใจเป็นอย่างมาก
9 พิมพ์ทรงมาตรฐานของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
ตามตำราตรียัมปวาย ได้ระบุไว้ว่าพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมนั้นมีพิมพ์ทรงมาตรฐานทั้งหมด 9 พิมพ์ทรง ได้แก่ พิมพ์ทรงใหญ่ พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงเกศบัวตูม พิมพ์ทรงปรกโพธิ์ พิมพ์ทรงเส้นด้าย พิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ทรงฐานคู่ และพิมพ์ทรงอกครุฑเศียรบาตร โดยในจำนวนนี้ 5 พิมพ์ทรงแรกนั้นเป็นการแกะพิมพ์ที่ล้อมาจากพระสมเด็จวัดระฆังฯ ซึ่งมักมีขนาดเล็กและตื้นกว่า โดยเฉพาะซุ้มผ่าหวายที่มักมีขนาดเล็กกว่าและประณีตน้อยกว่า ในขณะที่ 4 พิมพ์ทรงหลังนั้นน่าจะเป็นการแกะพิมพ์ขึ้นมาใหม่เป็นส่วนใหญ่ และเป็นแม่พิมพ์ของวัดบางขุนพรหมโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ยังมีพิมพ์ทรงไสยาสน์ที่ได้รับการยอมรับในหมู่ผู้สะสมในเวลาต่อมา โดยพบในจำนวนน้อยมากเมื่อคราวเปิดกรุพระเจดีย์ใหญ่ในปี พ.ศ. 2500 ซึ่งอาจารย์ประกิต หลิมสกุล หรือพลายชุมพล แห่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้ระบุว่าพบพระพิมพ์ทรงนี้มาตั้งแต่ก่อนเปิดกรุครั้งใหญ่เช่นกัน แต่มีจำนวนจำกัด
ความแตกต่างระหว่างพระสมเด็จวัดระฆังฯ และวัดบางขุนพรหม
พระสมเด็จวัดระฆังฯ นั้นถือเป็นงานศิลปกรรมชั้นครูที่มีความประณีตตั้งแต่การออกแบบแม่พิมพ์จนถึงการแกะแม่พิมพ์ และมี "รูปแบบพิมพ์ทรง" ที่ค่อนข้างเคร่งครัดและชัดเจน แม้จะมีหลายบล็อกแม่พิมพ์ในพิมพ์ทรงเดียวกัน แต่ช่างก็มักจะทำตามรูปแบบที่กำหนดไว้ทุกบล็อก ในทางตรงกันข้าม พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม โดยเฉพาะในกลุ่ม 5 พิมพ์ทรงแรกที่ล้อมาจากวัดระฆังฯ นั้นมักมีการผ่อนคลายของรูปแบบพิมพ์ทรง เนื่องจากช่างอาจต้องรีบเร่งแกะแม่พิมพ์จำนวนมากในเวลาจำกัด หรืออาจไม่ได้มีภาพสเกตที่ชัดเจนนัก ทำให้การศึกษาพิมพ์ทรงทำได้ยากกว่า
อาจารย์ประจำ อู่อรุณ ผู้เชี่ยวชาญพระสมเด็จฯอาวุโส ได้ให้ความเห็นว่าพระสมเด็จทั้งสองวัดนี้อาจแกะแม่พิมพ์โดยช่างชุดเดียวกันหรือกลุ่มช่างทองหลวง แต่ก็ยังมีคำถามเกี่ยวกับการใช้แม่พิมพ์โบราณเป็นแม่แบบ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ศึกษา
แนวทางการพิจารณาความแท้ของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
เนื่องจากความยากในการพิจารณาพิมพ์ทรง "ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ" จึงเห็นว่าการพิจารณา เนื้อหา คราบกรุ และตำหนิแม่พิมพ์ มีความสำคัญมากในการช่วยบอกความแท้ของพระ โดยเฉพาะสำหรับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมบางพิมพ์ทรง
ตัวอย่างเช่น สำหรับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงฐานแซม ซึ่งนิรนามแห่งนิตยสารพรีเชียสได้แบ่งออกเป็น 3 พิมพ์ทรงย่อย มีแนวทางการพิจารณาดังนี้:
- พื้นที่ด้านบนจะตัดกว้างกว่าด้านล่าง
- เส้นขอบแม่พิมพ์จะหนานูน
- หัวฐานชั้นล่างขวาองค์พระจะตัดเป็นรอยเฉียงปลายแหลม ในขณะที่หัวฐานชั้นล่างซ้ายจะป้าน
- พระเกศยาวเรียวเป็นปลียอดเจดีย์
- พระพักตร์เป็นรูปไข่ผ่าซีก
- พระกรรณทั้งสองข้างจะเป็นเส้นตรงยาวประบ่า โดยยอดพระกรรณด้านขวามือองค์พระจะสูงกว่าด้านซ้าย
- พระอุระจะแคบ
- เส้นสังฆาฏิจะวิ่งเป็นเส้นคู่จากพระอุระยาวจรดฝ่ามือ
- หน้าตักจะเห็นเป็นเลข 8 แนวนอน และเห็นรอยพระบาทขวาทับซ้ายรางๆ
- เส้นแซมใต้ตักจะสั้นกว่าหัวเข่าทั้งสองข้างและติดคมชัด
- เส้นซุ้มครอบแก้วจะหนาเท่ากับพิมพ์ทรงย่อยที่ 1 และหนากว่าพิมพ์ทรงย่อยที่ 3
การเข้าใจรายละเอียดเหล่านี้จะช่วยให้นักสะสมสามารถตรวจสอบพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และหลีกเลี่ยงการถูกหลอกลวงด้วยพระปลอม



