ดีเอสไอ-กรมธุรกิจพลังงาน ตรวจเข้มคลังน้ำมัน 4 จังหวัด ไม่พบปั่นราคา-ความผิดปกติ
ตรวจเข้มคลังน้ำมัน 4 จังหวัด ไม่พบปั่นราคา-ความผิดปกติ (24.03.2026)

ดีเอสไอและกรมธุรกิจพลังงานร่วมตรวจสอบคลังน้ำมัน 4 จังหวัด ไม่พบการปั่นราคาหรือความผิดปกติ

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน ได้ดำเนินการตรวจสอบคลังน้ำมันอย่างเข้มงวดใน 4 จังหวัด ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 เพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยการตรวจสอบครอบคลุม 8 จุดสำคัญ และไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ทั้งในด้านตัวเลขและปริมาณน้ำมันในถังเก็บ

การตรวจสอบอย่างละเอียดและมาตรการป้องกัน

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า การตรวจสอบเมื่อวันที่ 21-22 มีนาคม ได้ดำเนินการครบถ้วนทุกจุด เจ้าหน้าที่ได้ปีนขึ้นไปตรวจสอบด้านบนถังน้ำมันเพื่อยืนยันปริมาณที่เหลืออยู่ ซึ่งพบว่าเหลือเพียงก้นถังที่ไม่สามารถนำมาจำหน่ายได้ นอกจากนี้ ยังไม่พบความผิดปกติของจ๊อบเบอร์หรือการปั่นราคาในตลาดน้ำมัน

เพื่อเสริมความเข้มงวด ทางดีเอสไอได้เรียกประชุมอธิบดีและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 23 มีนาคม โดยได้มอบหมายให้มีการตรวจค้นผู้ค้าตามมาตรา 7 จำนวน 55 ราย และผู้ค้าตามมาตรา 10 จำนวน 245 ราย ซึ่งได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อดำเนินการตรวจค้นเรียบร้อยแล้ว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรการป้องกันการลอบขนน้ำมันไปต่างประเทศ

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ กล่าวถึงกรณีการลักลอบขนน้ำมันไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านว่า ในส่วนของประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีราคาน้ำมันสูงกว่าไทย การลักลอบนำน้ำมันไปขายอาจไม่มีความเป็นไปได้ แต่อาจเป็นรถที่วิ่งระหว่างประเทศและมีการเติมน้ำมันในไทย สำหรับประเทศเมียนมาหรือประเทศเพื่อนบ้านอื่น มีการเซ็นสัญญาซื้อขายในปริมาณไม่มากและไม่มีการเพิ่มจำนวน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้มีมาตรการดำเนินการ เช่น การร่วมกับกองบังคับการตำรวจน้ำในการกำชับการปฏิบัติของเรือที่ลักลอบขนน้ำมัน โดยตำรวจน้ำมีแผนวงรอบตรวจสอบอย่างต่อเนื่องด้วยเรือ 708 ลำ เพื่อยืนยันปริมาณและคุณภาพน้ำมัน รวมถึงตรวจสอบหน้าคลังหรือโรงกลั่นว่าตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีหรือไม่

มาตรการควบคุมราคาสินค้าจากกระทรวงพาณิชย์

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงมาตรการควบคุมราคาสินค้าว่า ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจและติดตามราคาสินค้า โดยใช้มาตรการต่างๆ เช่น การขออนุญาตก่อนขึ้นราคา และขอความร่วมมือผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ผลิตสินค้า "House brand" ที่มีต้นทุนต่ำกว่า

กระทรวงพาณิชย์ได้ลิสต์รายการสินค้าจำเป็น 30 รายการ เช่น สบู่ แชมพู ยาสีฟัน และผงซักฟอก เพื่อทำสินค้าราคาพิเศษออกจำหน่ายผ่านห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศในราคาประหยัด สำหรับสินค้าที่มีต้นทุนการขนส่งสูง จะมีการช่วยเหลือโดยการนำสินค้าทางเลือกที่มีคุณภาพใกล้เคียงมาจำหน่ายในราคาถูก เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน

การกระจายสินค้าและความร่วมมือจากภาคเอกชน

นายวุฒิไกร กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ามีสินค้าบางรายการราคาขึ้นบ้างแล้ว ซึ่งได้เข้าไปตักเตือนและเสนอสินค้าทางเลือกแทน โดยกระทรวงพาณิชย์จะไม่บิดเบือนกลไกตลาด แต่ขอความร่วมมือร้านค้าปลีก-ส่งรายใหญ่ให้คงราคาสินค้าไว้ ซึ่งหลายแห่งยืนยันว่าสินค้าที่จำหน่ายยังเป็นต้นทุนเก่าจนถึงประมาณเดือนเมษายน

สำหรับอนาคต หากสถานการณ์ยืดเยื้อ กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าจะได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้ผลิตตามนโยบาย "ไทยช่วยไทย" และเตรียมกระจายสินค้าให้มากขึ้นใน 1-2 วันข้างหน้า โดยขณะนี้ควบคุมราคาสินค้าในลิสต์แล้ว 59 รายการ และอาจเพิ่มอีกประมาณ 20 รายการ รวมเป็น 80 รายการ เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกที่เหมาะสม