เครือข่าย RoLD Fellows ผนึกกำลังปั้น 'Forest Guardians' สร้างปอดกรุงเทพฯ สู่เศรษฐกิจสีเขียวคุ้งบางกะเจ้า
RoLD Fellows ผนึกกำลังปั้น Forest Guardians สร้างปอดกรุงเทพฯ

เครือข่าย RoLD Fellows ผนึกกำลังปั้น 'Forest Guardians' สร้างปอดกรุงเทพฯ สู่เศรษฐกิจสีเขียวคุ้งบางกะเจ้า

เครือข่าย RoLD Fellows หรือ Rule of Law and Development Fellows ซึ่งเป็นเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่พัฒนาโดยสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) ได้ผนึกกำลังกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จัดกิจกรรม "1 Day Trip: ลัลล้าอีโคโนมี ชมของดีคุ้งบางกะเจ้า" ณ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อออกแบบและพัฒนาโมเดล PES (Payment for Ecosystem Services) ภายใต้โครงการ "Forest Guardians ชุมชนพิทักษ์ป่า: PES บางกะเจ้า"

การรวมตัวของภาคีเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว

กิจกรรมครั้งนี้เป็นการรวมตัวของผู้แทนจากหลายองค์กรสำคัญ อาทิ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) นำโดย ดร.พิเศษ สอาดเย็น, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.), สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.), กรมป่าไม้, องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งฝรั่งเศส (AFD) รวมถึงภาคเอกชนและองค์กรภาคประชาสังคม เช่น สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (GSEI), Big Trees Foundation, Centre for Humanitarian Dialogue, เทใจ, 30x30 Thailand Coalition, RUBEA Center of Excellence in Regional, Urban & Built Environmental Analytics จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

นอกจากนี้ ยังมีองค์กรพันธมิตรและผู้สนับสนุนสำคัญ ได้แก่ Double A, Juang Pattana Holding (จึงพัฒนาโฮลดิ้ง) และ TNP Group ที่ร่วมกันพัฒนาแนวทางใหม่ในการบริหารจัดการพื้นที่สีเขียวของคุ้งบางกะเจ้า ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็น "ปอดสีเขียวของกรุงเทพมหานคร"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

หัวใจสำคัญ: ระบบ PES เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน

หัวใจสำคัญของโครงการคือการผลักดันระบบ PES (Payment for Ecosystem Services) หรือการจ่ายค่าตอบแทนบริการระบบนิเวศ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ให้ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากระบบนิเวศ เช่น การดูดซับคาร์บอน การลดฝุ่น PM2.5 การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และการเป็นพื้นที่สีเขียวของเมือง ร่วมกันสนับสนุนชุมชนที่ทำหน้าที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ

แนวคิดดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการเปลี่ยนบทบาทของคนท้องถิ่นจากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นเพียงผู้เฝ้าป่า ให้กลายเป็น นักอนุรักษ์กินได้ (Conservation Entrepreneur) ที่สามารถสร้างรายได้จากการดูแลพื้นที่สีเขียว พร้อมมีความมั่นคงในอาชีพและที่ดินของตนเอง

แนวคิด "วิถีบางกะเจ้า: ลมหายใจที่เป็นธรรม"

ภายในเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ได้นำเสนอแนวคิด "วิถีบางกะเจ้า: ลมหายใจที่เป็นธรรม" โดยชี้ให้เห็นว่าคุ้งบางกะเจ้าไม่ควรถูกมองเพียงในฐานะทรัพยากรของเมือง แต่คือบ้านที่มีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น และการพัฒนาที่แท้จริงต้องตั้งอยู่บนหลัก Climate Justice หรือความยุติธรรมเชิงนิเวศ

แนวคิดดังกล่าวเน้นทั้งการจัดสรรผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม (Distributive Justice) ซึ่งชุมชนควรได้รับค่าตอบแทนจากการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และการยอมรับศักดิ์ศรีของชุมชน (Recognition Justice) ในฐานะหุ้นส่วนสำคัญของการพัฒนา

กิจกรรม "ลัลล้าอีโคโนมี" สัมผัสวิถีชีวิตชุมชน

ในช่วงบ่าย ผู้เข้าร่วมได้ลงพื้นที่สัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนผ่านกิจกรรม "ลัลล้าอีโคโนมี" ซึ่งเป็นแนวคิดเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงธรรมชาติ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อาทิ

  • การพายเรือชมคลองป่าจากและเรียนรู้การทำขนมจาก
  • การเยี่ยมชมสวนผลไม้และศึกษาระบบจัดการน้ำเค็มด้วยโซลาร์เซลล์
  • กิจกรรม mini Forest และ Sound Bath ที่เปิดประสาทสัมผัสให้ผู้เข้าร่วมได้เชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง

เป้าหมายระยะยาว: ขยายผลสู่พื้นที่อื่นของประเทศไทย

ทางด้านผู้จัดงานระบุว่า โครงการ Forest Guardians: PES บางกะเจ้า มีเป้าหมายพัฒนาให้เป็นต้นแบบของการบริหารจัดการพื้นที่สีเขียวเมือง ที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของชุมชน

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวโมเดลดังกล่าวอาจขยายผลสู่พื้นที่อื่นของประเทศไทย เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจสีเขียวที่ทำให้ธรรมชาติสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมรักษาระบบนิเวศและชุมชนไปพร้อมกัน และทำให้คุ้งบางกะเจ้ายังคงเป็นมรดกธรรมชาติที่มีชีวิตของประเทศต่อไป