กรมควบคุมมลพิษเผยคุณภาพอากาศ ฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานใน 39 จังหวัดทั่วประเทศ
วันนี้ (12 เมษายน 2569) เวลา 07.00 น. ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศล่าสุด โดยพบว่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างกว้างขวาง
ภาคเหนือเผชิญวิกฤตฝุ่นสูงสุด พื้นที่ปายวัดได้ 217.7 มคก./ลบ.ม.
ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ภาพรวมฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานใน 39 จังหวัด โดยภาคเหนือเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด พื้นที่ ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ตรวจวัดค่าฝุ่นได้สูงถึง 217.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือเป็นระดับที่อันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก รองลงมาคือ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ที่วัดได้ 162.7 มคก./ลบ.ม. และ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่ 129.6 มคก./ลบ.ม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางเผชิญฝุ่นเกินมาตรฐานเช่นกัน
สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ โดยวัดได้ระหว่าง 28.1 ถึง 150.2 มคก./ลบ.ม. ส่วนภาคกลางและตะวันตก มี 7 พื้นที่ที่เกินค่ามาตรฐาน วัดได้ 18.2 ถึง 59.8 มคก./ลบ.ม. ในขณะที่ภาคตะวันออกและภาคใต้มีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก วัดได้ 15.6 ถึง 31.8 มคก./ลบ.ม. และ 10.1 ถึง 25.4 มคก./ลบ.ม. ตามลำดับ
สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สถานีตรวจวัดร่วมระหว่างกรมควบคุมมลพิษและกรุงเทพมหานครรายงานว่าคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง วัดได้ 20.2 ถึง 37.4 มคก./ลบ.ม.
คำแนะนำด้านสุขภาพสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
กรมควบคุมมลพิษได้ออกคำแนะนำเพื่อป้องกันผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ดังนี้
- ประชาชนทั่วไป: ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากอนามัย N95
- กลุ่มผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ: เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างเคร่งครัด และปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติ
- ประชาชนในพื้นที่สีแดง (ผลกระทบต่อสุขภาพสูง): ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด และสวมอุปกรณ์ป้องกัน หากมีอาการทางสุขภาพควรรีบพบแพทย์ทันที
สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในครั้งนี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนในระยะยาว



