ค้นพบสาหร่ายขี้ควาย พืชชนิดใหม่ของโลกที่กาญจนบุรี
นักพฤกษศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ประกาศการค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลก คือ สาหร่ายขี้ควาย (ชื่อวิทยาศาสตร์: Cladophora kanchanaburiensis) ที่จังหวัดกาญจนบุรี การค้นพบนี้ตีพิมพ์ในวารสารพฤกษศาสตร์นานาชาติ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568
สาหร่ายขี้ควายเป็นสาหร่ายสีเขียวขนาดเล็ก พบขึ้นตามโขดหินในลำธารน้ำใส บริเวณอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ลักษณะเด่นคือเส้นใยแตกกิ่งก้านสาขา มีสีเขียวเข้ม ผิวเรียบเป็นมัน และมักพบรวมกันเป็นก้อนคล้ายก้อนเมือกขนาดเล็ก
ที่มาและความสำคัญของชื่อ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cladophora kanchanaburiensis ตั้งตามสถานที่ค้นพบคือจังหวัดกาญจนบุรี ส่วนชื่อไทย 'สาหร่ายขี้ควาย' มาจากลักษณะที่พบขึ้นในบริเวณที่ควายลงแช่น้ำ ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เรียกติดปาก ชื่อนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างพืชกับวิถีชีวิตท้องถิ่น
ดร. สมชาย ใจดี หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า 'การค้นพบครั้งนี้ช่วยเพิ่มข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย และยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของระบบนิเวศน้ำจืดที่สมบูรณ์'
ลักษณะทางชีววิทยา
- เป็นสาหร่ายสีเขียวในวงศ์ Cladophoraceae
- เส้นใยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 50-100 ไมโครเมตร
- เจริญเติบโตในน้ำที่มีค่า pH 6.5-7.5
- มักพบในลำธารที่มีน้ำไหลตลอดปี
ผลกระทบต่อระบบนิเวศ
สาหร่ายขี้ควายมีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งอาหารของสัตว์น้ำขนาดเล็ก และช่วยกรองตะกอนในน้ำ ทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (bioindicator) ว่าพื้นที่ดังกล่าวมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์และปราศจากมลพิษ
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเตือนว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการท่องเที่ยวที่ไม่ยั่งยืนอาจส่งผลกระทบต่อถิ่นที่อยู่ของสาหร่ายชนิดนี้ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการอนุรักษ์อย่างเร่งด่วน
การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์
กรมอุทยานแห่งชาติฯ วางแผนจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองในแหล่งที่พบสาหร่ายขี้ควาย พร้อมทั้งให้ความรู้แก่ชุมชนท้องถิ่นเกี่ยวกับความสำคัญของพืชชนิดนี้ นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะศึกษาศักยภาพของสาหร่ายในการนำไปใช้ประโยชน์ เช่น การบำบัดน้ำเสีย หรือเป็นแหล่งสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ
การค้นพบสาหร่ายขี้ควายครั้งนี้ นับเป็นความสำเร็จของนักวิจัยไทยที่ช่วยเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ และตอกย้ำความสำคัญของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย



