พบซากเสือโคร่งวัยรุ่นสิ้นใจกลางป่า คาดสู้กับเสือเจ้าถิ่นชิงอาณาเขตจนตาย
เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก รายงานการตรวจพบซากเสือโคร่งเพศเมียวัยรุ่นในป่าห้วยลากาเบิงเล็ก เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 โดยสภาพศพมีบาดแผลถูกกัดกระจุยทั่วตัว สันนิษฐานว่าเสียชีวิตจากการต่อสู้กับเสือเจ้าถิ่นเพื่อแย่งชิงอาณาเขตตามสัญชาตญาณสัตว์ป่า
รายละเอียดการค้นพบและสภาพซาก
นายปิยะพงษ์ สืบเสน หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก เปิดเผยว่า คณะเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยน้ำเขียวและสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ได้พบซากเสือโคร่งระหว่างปฏิบัติภารกิจเก็บกู้กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าในพื้นที่ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นเสือโคร่งเพศเมียที่ยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น วัดขนาดอุ้งเท้าหน้ากว้าง 8.5 เซนติเมตร ความยาว 10.5 เซนติเมตร และช่วงอุ้งเท้ายาว 7 เซนติเมตร
สภาพศพมีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง ซึ่งเป็นรอยเขี้ยวของสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณหลังลำคอ หน้าอก และโคนขาหลังด้านขวา เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญร่วมกันสันนิษฐานว่า บาดแผลเหล่านี้เกิดจากการเข้าจู่โจมของเสือโคร่งเจ้าถิ่นที่มีความแข็งแกร่งกว่า เป็นการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอาณาเขตในการครอบครองพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติของสัตว์ตระกูลแมวป่าเมื่อก้าวเข้าสู่วัยที่ต้องแยกตัวออกมาสร้างอาณาจักรของตนเอง
การจัดการซากและผลกระทบทางนิเวศวิทยา
ภายหลังการบันทึกข้อมูลและรวบรวมหลักฐานเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจดำเนินการเผาทำลายซากเสือโคร่งในจุดที่พบทันที ตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อรักษาความสะอาดของระบบนิเวศ และเป็นการตัดวงจรการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่อาจส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าตัวอื่นในพื้นที่ นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันการลักลอบโจรกรรมชิ้นส่วนซากสัตว์ เช่น หนังหรือกระดูก เพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายหรือการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย
นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) กล่าวเสริมว่า การสูญเสียเสือโคร่งในครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจ แต่ในทางนิเวศวิทยาถือเป็นปรากฏการณ์ "การคัดเลือกโดยธรรมชาติ" ที่ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าคือผู้อยู่รอด อย่างไรก็ตาม การพบร่องรอยการแย่งชิงพื้นที่ในลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความหนาแน่นและความสมบูรณ์ของประชากรเสือโคร่งในผืนป่ามรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก ซึ่งยังคงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญของสัตว์ป่าหายากระดับโลก
การดำเนินการในครั้งนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และเฝ้าระวังระบบนิเวศป่าไม้ เพื่อให้สัตว์ป่าสามารถดำรงชีวิตตามธรรมชาติได้อย่างยั่งยืนต่อไป



