ศูนย์เฝ้าระวังภาคเหนือรายงานจุดความร้อน 647 จุด เชียงใหม่นำโด่ง 133 จุด
จุดความร้อนภาคเหนือ 647 จุด เชียงใหม่ 133 จุด

ศูนย์เฝ้าระวังภาคเหนือรายงานจุดความร้อนพุ่ง 647 จุด เชียงใหม่พบมากสุด

วันนี้ (19 เมษายน 2569) ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่า และหมอกควัน ภาคเหนือ ภายใต้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์จุดความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือ โดยอ้างอิงจากข้อมูล hotspot ที่ตรวจจับได้จากดาวเทียม Suomi NPP ด้วยระบบ VIIRS ในช่วงเวลา 02.28 น. ของวันเดียวกัน

รายงานดังกล่าวระบุว่า พบจุดความร้อนสะสมทั้งหมด 647 จุด ซึ่งสามารถแบ่งออกตามประเภทพื้นที่ได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ป่าอนุรักษ์ 406 จุด, ป่าสงวนแห่งชาติ 197 จุด และ นอกพื้นที่ป่า 44 จุด สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาที่กระจายตัวในหลายรูปแบบ

จังหวัดที่มีจุดความร้อนสูงสุด 5 อันดับแรก

เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกพบว่า จุดความร้อนกระจุกตัวอยู่ในบางจังหวัดเป็นหลัก โดยมีรายละเอียดดังนี้:

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  1. เชียงใหม่ ครองอันดับหนึ่งด้วยจำนวนจุดความร้อนสูงถึง 133 จุด
  2. ตาก ตามมาเป็นอันดับสองด้วย 101 จุด
  3. ลำปาง อยู่ในอันดับสามด้วย 75 จุด
  4. แม่ฮ่องสอน มีจุดความร้อน 55 จุด
  5. เพชรบูรณ์ พบ 45 จุด

นอกจากนี้ ยังมีจังหวัดอื่นๆ ที่มีจุดความร้อนในระดับที่น่ากังวล เช่น น่าน 40 จุด, แพร่ 38 จุด, อุตรดิตถ์ 34 จุด, พิษณุโลก 29 จุด, กำแพงเพชร 23 จุด, อุทัยธานี 23 จุด, พะเยา 18 จุด, สุโขทัย 18 จุด, นครสวรรค์ 8 จุด, เชียงราย 4 จุด, ลำพูน 3 จุด และพิจิตร 0 จุด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบและความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง

การปรากฏของจุดความร้อนจำนวนมากเช่นนี้ ไม่เพียงแต่บ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าที่อาจลุกลามได้ง่าย แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพอากาศในภูมิภาค โดยเฉพาะปัญหาหมอกควันและค่าฝุ่น PM2.5 ที่มักจะเพิ่มสูงขึ้นตามมา ส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง

ศูนย์ปฏิบัติการฯ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องและมาตรการควบคุมที่เข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลง โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนและแห้งแล้งเช่นนี้ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสริมให้เกิดเพลิงไหม้ได้ง่ายขึ้น