สหราชอาณาจักรเตรียมปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งสุดท้ายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดยุคการใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าที่ยาวนานถึง 142 ปี โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งสุดท้ายของประเทศคือ โรงไฟฟ้าแรทคลิฟฟ์-ออน-ซัวร์ (Ratcliffe-on-Soar) ในนอตทิงแฮมเชอร์ ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท ยูนิเปอร์ (Uniper) ของเยอรมนี
ก้าวสำคัญของอังกฤษสู่พลังงานสะอาด
การปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการของรัฐบาลอังกฤษที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น อังกฤษตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050
ประวัติศาสตร์การใช้ถ่านหินของอังกฤษ
อังกฤษเริ่มใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าตั้งแต่ปี 1882 เมื่อโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งแรกของโลกเปิดดำเนินการในกรุงลอนดอน การใช้ถ่านหินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม และกลายเป็นแหล่งพลังงานหลักของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา การใช้ถ่านหินลดลงอย่างมาก เนื่องจากมีการหันไปใช้ก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ในปี 2012 ถ่านหินยังคงผลิตไฟฟ้าให้อังกฤษประมาณ 40% แต่ในปี 2023 ลดลงเหลือเพียง 1% เท่านั้น
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ
การปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินครั้งนี้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของอังกฤษลงได้อย่างมาก นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศในพื้นที่ใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบต่อพนักงานในอุตสาหกรรมถ่านหิน ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือและฝึกอบรมอาชีพใหม่ให้แก่พวกเขา
อังกฤษเป็นประเทศแรกในกลุ่ม G7 ที่เลิกใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประเทศอื่นๆ ในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด



