อาสาสมัครพา 'นกกีวี' คืนถิ่นกรุงเวลลิงตัน หลังหายไปนานกว่า 100 ปี
อาสาสมัครพา 'นกกีวี' คืนถิ่นกรุงเวลลิงตัน หลังหายไป 100 ปี

กลุ่มอาสาสมัครในนิวซีแลนด์สร้างประวัติศาสตร์ พา 'นกกีวี' สัตว์สงวนและสัญลักษณ์ประจำชาติที่ใกล้สูญพันธุ์ กลับมาอาศัยในเทือกเขารอบกรุงเวลลิงตันได้อีกครั้ง หลังหายสาบสูญไปนานกว่า 100 ปี

การกลับมาของนกกีวี

ชาวกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการภาคประชาชน เพื่อนำนกกีวี สัตว์ประจำชาติที่ใกล้สูญพันธุ์ กลับคืนสู่พื้นที่ธรรมชาติรอบเมืองหลวงอีกครั้ง หลังจากหายไปนานกว่าหนึ่งศตวรรษ

พอล วอร์ด ผู้ก่อตั้งโครงการ Capital Kiwi Project เปิดเผยว่านกกีวีซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ที่ปรากฏอยู่ทุกแห่งตั้งแต่ตรากองทัพอากาศไปจนถึงฉายาของคนในชาติ ได้หายไปจากเนินเขารอบกรุงเวลลิงตันมานานกว่า 100 ปี เนื่องจากการขยายตัวของเมืองและสัตว์ผู้ล่า เขากล่าวว่า 'พวกมันคือส่วนหนึ่งของตัวตนและความรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่แห่งนี้ เราชาวเวลลิงตันตัดสินใจร่วมกันว่า การที่พวกมันหายไปนับร้อยปีนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง'

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความสำเร็จของโครงการ

ความสำเร็จล่าสุดในสัปดาห์นี้ คือการย้ายนกกีวีตัวที่ 250 เข้าสู่พื้นที่ป่ารอบเมืองหลวง โดยก่อนการเคลื่อนย้าย นกเหล่านี้ได้รับเกียรติให้เข้าไปปรากฏตัวภายในอาคารรัฐสภาเป็นครั้งแรก เพื่อให้บรรดานักการเมืองและเด็กนักเรียนได้สัมผัสและตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์อย่างใกล้ชิด

ในอดีต นิวซีแลนด์ต้องอพยพนกหายากไปไว้ตามเกาะที่ปลอดสัตว์ผู้ล่าเพื่อให้พวกมันรอดพ้นจากการสูญพันธุ์ แต่โครงการ Capital Kiwi Project มีความฝันที่ต่างออกไป คือการให้คนและนกสามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้ในเขตเมืองหลวงที่พลุกพล่าน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปัจจัยความสำเร็จ

ปัจจัยความสำเร็จของโครงการ เกิดจากความร่วมมือระหว่างเจ้าของที่ดินและชนเผ่าเมารีท้องถิ่น สร้างพื้นที่ปลอดภัยกว่า 1.5 แสนไร่ นอกจากนั้น ยังมีการติดตั้งกับดักกว่า 5,000 จุด เพื่อกำจัด 'ตัวสโตท' หรือเพียงพอนหางสั้น ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจที่คอยกินลูกนกกีวี ปัจจุบันลูกนกกีวีในพื้นที่เวลลิงตันมีอัตราการรอดชีวิตสูงถึง 90% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าทึ่ง

สถานการณ์นกกีวีในปัจจุบัน

ปัจจุบันนิวซีแลนด์มีนกกีวีเหลืออยู่เพียงประมาณ 70,000 ตัวทั่วประเทศ และจำนวนยังคงลดลงเฉลี่ยปีละ 2% โครงการในกรุงเวลลิงตันนี้จึงถือเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติที่ตั้งเป้าจะทำให้ทั้งประเทศปลอดจากสัตว์ผู้ล่าที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ท้องถิ่น เช่น หนู แมวป่า และพอสซัม ภายในปี 2050

มิเชล อิมพีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารขององค์กร Save the Kiwi ระบุว่านี่คือความเคลื่อนไหวที่น่าเหลือเชื่อ เพราะในขณะที่สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ทั่วโลกมักได้รับความช่วยเหลือเพียงแค่การบริจาคเงิน แต่ในนิวซีแลนด์ 'คนธรรมดาทั่วไปกำลังลุกขึ้นมาลงมือทำทุกอย่างที่ทำได้ด้วยตัวเอง เพื่อปกป้องสัตว์ที่พวกเขารัก'

สัญญาณที่ดี

ขณะนี้ ชาวเมืองเวลลิงตันเริ่มคุ้นเคยกับการเห็นภาพนกกีวีจากกล้องวงจรปิดหลังบ้าน หรือได้ยินเสียงร้องของพวกมันขณะปั่นจักรยานเสือภูเขาในตอนกลางคืน เป็นสัญญาณว่า 'เพื่อนบ้านหน้าขน' ในตำนานได้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของเมืองหลวงอย่างเต็มตัวแล้ว