กรมลดโลกร้อนเตือนไทยเตรียมรับมือ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' ภัยแล้งอาจยาวนานถึง 1 ปีครึ่ง
ไทยเตรียมรับมือซูเปอร์เอลนีโญ ภัยแล้งยาวนาน 1 ปีครึ่ง

กรมลดโลกร้อนเตือนไทยเตรียมรับมือ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' ภัยแล้งอาจยาวนานถึง 1 ปีครึ่ง

จากปัญหาความร้อนแล้งอย่างหนักในปีนี้ นักวิชาการหลายคนคาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญอาจพัฒนาไปสู่ระดับซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อประเทศไทย โดยนายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์จำลองที่ไทยอาจเผชิญวิกฤตภัยแล้งยาวนานข้ามปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นไปตามคาดการณ์ ซูเปอร์เอลนีโญที่สร้างความแห้งแล้งยาวนานกำลังจะกระทบไทยในช่วงกลางปีนี้

การบริหารจัดการน้ำด้วย AI และฐานข้อมูลกลาง

หนึ่งในฉากทัศน์สำคัญที่อาจเกิดขึ้นคือ การรับมือกับภัยแล้งนานถึงหนึ่งปีครึ่ง ซึ่งการบริหารจัดการน้ำถือเป็นหัวใจสำคัญที่อาจสร้างวิกฤตต่อภาคเกษตรกรรม ปศุสัตว์ และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน แม้ปัจจุบันน้ำต้นเขื่อนยังมีเพียงพอ แต่การใช้น้ำในวันนี้ต้องคำนึงถึงภาพจำลองที่น้ำแล้งในอีกปีครึ่งข้างหน้า ดังนั้น การจัดการน้ำต้องมีความละเอียดถี่ถ้วน และจำเป็นต้องใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยประเมินและจัดสรรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

นายพิรุณ กล่าวเสริมว่า หากปรากฏการณ์เอลนีโญพัฒนาเป็นซูเปอร์เอลนีโญ การบริหารจัดการน้ำระยะยาวก็ต้องปรับเปลี่ยนให้แตกต่างกัน โดยระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อยู่ในขั้นทดลองใช้ จะถูกนำมาใช้ในอนาคต จากการรวบรวมข้อมูลบิ๊กดาตาจากกว่า 40 หน่วยงานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญของการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) จาก 6 สาขา ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • การจัดการทรัพยากรน้ำ ทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม
  • ความมั่นคงทางอาหารในภาคเกษตรกรรม
  • การเพิ่มขีดความสามารถการท่องเที่ยว
  • โรคอุบัติใหม่จากโลกรวน
  • การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้และชายฝั่งทะเล
  • ถิ่นฐานชุมชนกับความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ประชาชนและทุกหน่วยงานจะสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปวางแผนรับมือผ่านรายงานผลตัวชี้วัดในรูปแบบแดชบอร์ดทั้ง 6 สาขา เพื่อใช้ประโยชน์ในการแจ้งเตือน ป้องกัน ฟื้นฟู และพัฒนาศักยภาพบุคคล ลดความสูญเสียต่อประชาชน โดยโครงสร้างฐานข้อมูลจะเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่าง ๆ สร้างระบบการใช้งานที่ยั่งยืนในอนาคต

ไทยร้อนอันดับ 17 ของโลก ขยับจากอันดับที่ 72

จากรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 โดยองค์กร Germanwatch พบว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่ากังวล โดยขยับจากอันดับที่ 72 ในปี 2565 มาอยู่อันดับที่ 17 ของโลกในปี 2567 ขณะที่ข้อมูลจาก Met Office ระบุว่า ปี 2569 นี้จะเป็น 1 ใน 4 ปีที่ร้อนที่สุดของประวัติศาสตร์โลก โดยอุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 1.4 องศาเซลเซียส

ข้อมูลนี้สอดคล้องกับ Global Risks Report ปี 2569 ของ World Economic Forum ที่ชี้ว่าความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมคือภัยคุกคามอันดับหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง ดังนั้น การเตรียมพร้อมรับมือกับซูเปอร์เอลนีโญและภัยแล้งยาวนานจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อลดผลกระทบและสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต