ประกันสังคมไฟเขียวจ่ายค่า Telemedicine ดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง
สำนักงานประกันสังคมเปิดเผยว่า คณะกรรมการการแพทย์และคณะกรรมการประกันสังคมได้เห็นชอบการเพิ่มค่าบริการทางการแพทย์สำหรับดูแลรักษาผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง โดยครอบคลุมการให้บริการรักษาผ่านระบบทางไกล (Telemedicine) เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์
รายละเอียดมาตรการ Telemedicine
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์วิกฤตโลกอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและค่าขนส่งภายในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้งยังกระทบต่อระบบบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะการให้บริการรถพยาบาลฉุกเฉินและต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตบรรจุภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม องค์การเภสัชกรรมยืนยันว่ามีการสำรองวัตถุดิบและยาที่จำเป็น เช่น ยาต้านไวรัส HIV และยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ เพียงพอต่อการดูแลผู้ประกันตน
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกันตนที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังที่ต้องเดินทางไปรับการรักษาที่สถานพยาบาล ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มสูงขึ้น
ในการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ได้เห็นชอบค่าบริการทางการแพทย์ทางไกลสำหรับผู้ป่วยนอกที่เป็นผู้ประกันตนโรคเรื้อรัง โดยกำหนดให้สถานพยาบาลต้องมีระบบ Telemedicine ที่ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด อัตราการจ่ายอยู่ที่ 65 บาทต่อครั้ง ต่อระยะเวลา 3 เดือน และได้นำเสนอคณะกรรมการประกันสังคมในการประชุมครั้งที่ 7/2569 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ที่ประชุมเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการการแพทย์
มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาล และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางในช่วงสถานการณ์วิกฤตโลกปัจจุบัน โดยสถานพยาบาลจะเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวมายังสำนักงานประกันสังคม ซึ่งผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองจ่าย
ก้าวสำคัญของประกันสังคม
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมกล่าวในช่วงท้ายว่า มาตรการสนับสนุนค่าบริการทางการแพทย์ทางไกลในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของสำนักงานประกันสังคมในการยกระดับการเข้าถึงบริการสาธารณสุขให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและความจำเป็นในการเดินทางของผู้ประกันตน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ให้สามารถรับการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตนอย่างรอบด้านในทุกสถานการณ์



