ไวรัส SFTS ภัยเงียบจากเห็บกัดที่อันตรายถึงชีวิต
ในปัจจุบัน ภัยสุขภาพที่มาจากแมลงและสัตว์พาหะกำลังเป็นที่จับตามอง โดยเฉพาะ ไวรัส SFTS หรือ Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อร้ายแรงที่มียุงและเห็บเป็นพาหะหลัก โรคนี้กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญในแถบเอเชียตะวันออก รวมถึงประเทศไทยที่เริ่มมีการเฝ้าระวังเพิ่มมากขึ้น
ทำความรู้จักกับไวรัส SFTS และพื้นที่ระบาด
ไวรัส SFTS เป็นเชื้อในตระกูล Bunyaviridae ที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ โดยมีเห็บในตระกูล Haemaphysalis เป็นพาหะหลัก ความแตกต่างที่สำคัญคือโรคนี้มักระบาดหนักในประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี ซึ่งต่างจากโรคไข้สมองอักเสบจากเห็บ (TBE) ที่พบมากในยุโรป อัตราการเสียชีวิตจากไวรัส SFTS สูงถึง 10-30% เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสโดยเฉพาะ
อาการรุนแรงที่ต้องเฝ้าระวังหลังถูกเห็บกัด
หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 7-14 วัน ผู้ป่วยจะแสดงอาการที่กระทบหลายระบบในร่างกาย ดังนี้
- ระบบทางเดินอาหาร: คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสียอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นอาการเด่นที่พบได้บ่อย
- ระบบเลือด: เกล็ดเลือดและเม็ดเลือดขาวต่ำลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เลือดออกง่ายและเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน
- ระบบสมองและประสาท: หากเชื้อลามเข้าสู่ระบบประสาท จะทำให้เกิดภาวะสมองอักเสบ ผู้ป่วยอาจสับสน ซึมลง ชัก หรือหมดสติ
- ภาวะแทรกซ้อน: ไตวายเฉียบพลัน หรืออวัยวะภายในทำงานล้มเหลว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิต
จุดเสี่ยงและช่องทางการแพร่เชื้อที่ต้องระวัง
แหล่งพำนักของเห็บพาหะมักอยู่บริเวณป่าละเมาะ ทุ่งหญ้า พื้นที่เกษตรกรรม และตามตัวสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว หรือสัตว์ป่า นอกจากนี้ ยังมีรายงานการแพร่เชื้อจากคนสู่คนผ่านการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
ที่น่ากังวลคือ การติดเชื้อจากสัตว์เลี้ยงสู่คน โดยคนสามารถติดไวรัส SFTS ได้จากการสัมผัสเลือด น้ำลาย หรือปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อ แม้ไม่ได้ถูกเห็บกัดโดยตรง เช่น ในญี่ปุ่นมีรายงานทาสแมวติดเชื้อหลังจากโดนแมวจรจัดที่ป่วยกัด สัตว์เลี้ยงบางตัวอาจไม่แสดงอาการแต่ยังมีเชื้อในร่างกายและแพร่สู่เจ้าของได้
วิธีรับมือและป้องกันไวรัส SFTS อย่างมีประสิทธิภาพ
เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนป้องกัน วิธีที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการถูกเห็บกัด โดยปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้
- แต่งกายมิดชิด: สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และสอดชายเสื้อใส่ในกางเกงเมื่อต้องเข้าป่าหรือทุ่งหญ้า
- ใช้สารไล่แมลง: พ่นสเปรย์ที่มีส่วนผสมของ DEET หรือ Picaridin ที่ผิวหนังและเสื้อผ้าเพื่อไล่เห็บ
- สำรวจร่างกาย: หลังกลับจากพื้นที่เสี่ยง ให้ตรวจหาเห็บตามข้อพับ หลังใบหู และหนังศีรษะทันที
- ดูแลสัตว์เลี้ยง: หยดยาหรือสวมปลอกคอกันเห็บให้สัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยง
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ศูนย์ควบคุมโรคไต้หวัน และโรงพยาบาลพญาไท แสดงให้เห็นว่า การตระหนักรู้และป้องกันอย่างถูกต้องเป็นกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยงจากไวรัส SFTS โดยเฉพาะสำหรับสายแคมป์ปิ้งและคนรักสัตว์ที่อาจเผชิญกับพาหะตัวจิ๋วนี้ในชีวิตประจำวัน



