สุขภาพกาย รู้ทันเด็กโตช้า! เปิดเกณฑ์ “ความสูง” เติบโตสมวัยที่พ่อแม่ควรรู้
สุขภาพกาย รู้ทันเด็กโตช้า! เกณฑ์ความสูงที่พ่อแม่ควรรู้

สุขภาพกาย รู้ทันเด็กโตช้า! เปิดเกณฑ์ “ความสูง” เติบโตสมวัยที่พ่อแม่ควรรู้

วัยเด็กเป็นช่วงชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย รวมถึงการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องจนถึงวัยผู้ใหญ่ เด็กที่มีการเจริญเติบโตช้าอาจบ่งบอกถึงความผิดปกติของโรคบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ และควรได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสมแต่เนิ่นๆ เราจะทราบได้ว่าเด็กเจริญเติบโตได้เหมาะสมหรือไม่ โดยเปรียบเทียบกับอัตราการเพิ่มความสูงของเด็กชายและเด็กหญิงในแต่ละวัย หรือกราฟการเจริญเติบโต (growth chart) หากเด็กมีการเจริญเติบโตเบี่ยงไปจากเส้นกราฟปกติ ควรนำเด็กมาปรึกษาแพทย์

อัตราการเพิ่มความสูงในเด็ก

อัตราการเพิ่มความสูงในแต่ละวัยมีดังนี้:

  • แรกเกิด – 1 ปี: 25 เซนติเมตรต่อปี
  • 1 – 2 ปี: 12 เซนติเมตรต่อปี
  • 2 – 3 ปี: 7 เซนติเมตรต่อปี
  • 4 ปี – ช่วงก่อนเข้าวัยรุ่น: 5 – 7 เซนติเมตรต่อปี
  • ช่วงเข้าวัยรุ่น เด็กหญิง > 8 ปี: 8 – 10 เซนติเมตรต่อปี
  • ช่วงเข้าวัยรุ่น เด็กชาย > 9 ปี: 10 – 12 เซนติเมตรต่อปี

เด็กเตี้ย เกิดจากอะไร ?

สาเหตุของเด็กเตี้ยมีหลายปัจจัย ได้แก่:

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • กรรมพันธุ์: เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด
  • โภชนาการ: ควรเหมาะสม ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป
  • การนอนหลับ: ควรเพียงพออย่างน้อยวันละ 8-10 ชั่วโมง
  • การออกกำลังกาย: ควรสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
  • ความเจ็บป่วย: โรคเรื้อรังที่ซ่อนเร้นอยู่ และยาบางกลุ่ม เช่น กลุ่มยาสเตียรอยด์ ซึ่งถ้าได้รับปริมาณมากจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กได้
  • ฮอร์โมน: โดยเฉพาะฮอร์โมนบางชนิดที่มีผลต่อการเจริญเติบโต หากมีปริมาณน้อยเกินไปจะมีผลทำให้เด็กไม่เติบโต

พ่อแม่สังเกตอย่างไรว่าลูกเตี้ยกว่าเกณฑ์

วิธีการสังเกตง่ายๆ ว่าลูกเติบโตช้าหรือไม่คือ:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ลูกดูตัวเล็กเมื่อเปรียบเทียบกับพี่น้องท้องเดียวกันเมื่ออายุเท่าๆ กัน
  • ตัวเล็กกว่าเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน
  • มีอัตราการเจริญเติบโตลดลงโดยเปรียบเทียบในกราฟการเจริญเติบโตหรือไม่เติบโตเลย
  • ส่วนสูงอยู่ต่ำกว่าเส้นล่างสุดของกราฟการเจริญเติบโต ตามเพศและอายุของเด็ก

การประเมินเด็กที่มีรูปร่างเตี้ย

กุมารแพทย์จะประเมินดูอัตราการเจริญเติบโต และเปรียบเทียบกับกราฟการเจริญเติบโต หากสงสัยว่ามีความผิดปกติ จะแนะนำให้รับการตรวจเพิ่มเติมจากกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อต่อไป ข้อมูลหลักๆ ที่แพทย์จะนำมาใช้ประเมินเด็กว่ามีรูปร่างเตี้ยหรือไม่คือ:

  • ประวัติของเด็กและครอบครัว: ได้แก่ ประวัติการตั้งครรภ์ การคลอด น้ำหนักและความยาวแรกเกิด ประวัติการเจ็บป่วย อาหารที่ได้รับ พัฒนาการของเด็ก ความสูงและการเข้าสู่วัยหนุ่มสาวของบิดามารดา และพี่น้อง
  • การตรวจร่างกาย: โดยการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงหรือความยาวในเด็กเล็ก วัดความยาวของส่วนแขน ขา และเส้นรอบศีรษะ และบันทึกในกราฟเพื่อดูรูปแบบการเจริญเติบโตของเด็ก การตรวจร่างกายระบบอื่นๆ เพื่อหาความผิดปกติที่พบร่วมกัน
  • การตรวจอายุกระดูก: โดยการเอกซเรย์ฝ่ามือและข้อมือ เพื่อประเมินดูการเจริญเติบโตของกระดูก
  • การตรวจอื่นๆ ทางห้องปฏิบัติการ: จะทำในเด็กที่สงสัยว่าจะมีความผิดปกติของฮอร์โมน

อาหารกับการเจริญเติบโตของเด็ก

การเลือกกินอาหารที่เหมาะสม มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต และยังช่วยให้เด็กๆ มีสุขภาพดีและไม่อ้วน ลักษณะอาหารที่ควรให้เด็กๆ ได้ทานคือ:

  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ คือ ข้าว แป้ง เนื้อสัตว์และนม ไขมัน ผักและผลไม้ อย่างสมดุล
  • ดื่มนมวันละ 2-3 แก้วเพื่อให้ได้แคลเซียมเพียงพอ
  • ควรรับประทานอาหารประเภทผักและผลไม้เป็นประจำเพื่อให้ได้ใยอาหาร
  • รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงเป็นประจำ เช่น ตับ เนื้อสัตว์ ไข่แดง ผักใบเขียว
  • ไม่ควรกินอาหารรสหวานจัดและอาหารประเภทน้ำตาลมาก
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มันมากเกินไป
  • หลีกเลี่ยงน้ำอัดลมและของขบเคี้ยว เช่น ขนมหวาน ขนมกรุบกรอบ

ภาวะตัวเตี้ยปกติ (normal variant short stature)

นอกจากภาวะเด็กโตช้าแล้ว ยังมีอีกภาวะหนึ่งที่เรียกว่า ภาวะตัวเตี้ยปกติ (normal variant short stature) เป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยไม่ได้มีโรคอะไรซ่อนเร้นอยู่ และไม่ต้องทำการรักษาใดๆ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องวิตกกังวล ภาวะดังกล่าวคือ:

  • เตี้ยตามพันธุ์ (familial short stature): คือ เด็กที่ตัวเล็กสืบเนื่องจากบิดาและมารดาตัวเล็ก
  • เตี้ยชนิด “ม้าตีนปลาย” (constitutional delayed growth and puberty): เด็กกลุ่มนี้จะเตี้ยร่วมกับเข้าสู่วัยหนุ่มสาวช้ากว่าเด็กทั่วไป มักได้ประวัติการเข้าสู่วัยหนุ่มสาวช้าในบิดาและมารดาร่วมด้วย เช่น มารดามีประจำเดือนครั้งแรกอายุ 15 ปี

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำคือ การหมั่นสังเกตลูกๆ ดูการเจริญเติบโต รวมถึงความเจ็บป่วยต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น หากพบความผิดปกติได้เร็ว ก็สามารถพามาพบและปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแก้ไขและดูแลรักษาได้ทันท่วงที