เปิดใจ 'พ่อหลวงสุภัค' ผู้ใหญ่บ้านแม่ฮ่องสอน หลังดราม่าถนนตัดใหม่ผ่าป่า ชาวบ้านไร้ไฟฟ้า-สัญญาณ
พ่อหลวงแม่ฮ่องสอนเปิดใจหลังดราม่าถนนตัดใหม่ผ่าป่า

เปิดใจผู้ใหญ่บ้านแม่ฮ่องสอน หลังดราม่าถนนตัดใหม่ผ่าป่า ชาวบ้านเผชิญปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า-สัญญาณโทรศัพท์

สุภัค อมรใฝ่วจี หรือพ่อหลวงสุภัค ผู้ใหญ่บ้านแม่สอง ตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ออกมาเปิดใจหลังเกิดกระแสดราม่าบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการตัดถนนเส้นใหม่ผ่านพื้นที่ป่า โดยเผยว่า "กว่าจะทราบข่าวดราม่านี้ ถนนก็ถูกตัดมาแล้ว 2-3 วัน" พร้อมสะท้อนปัญหาความยากลำบากของชาวบ้านในพื้นที่ที่ยังขาดแคลนไฟฟ้าและสัญญาณอินเทอร์เน็ต

ชาวบ้านเดินทางไกลยื่นหนังสือ กสม. ขอความช่วยเหลือด้านสาธารณูปโภค

พ่อหลวงสุภัคและชาวบ้านจากหมู่บ้านแม่สอง รวมถึงหย่อมบ้านใกล้เคียงอีก 5 แห่ง ได้เดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่เพื่อยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งกำลังจัดประชุมรับฟังความเห็นเกี่ยวกับอัตราค่าไฟฟ้าที่เป็นธรรมสำหรับภาคเหนือ ทั้งที่หมู่บ้านแห่งนี้มีเกือบ 500 หลังคาเรือนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้

"นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ออกมาจากป่าเพื่อมาเล่าปัญหา" สุภัคกล่าวหลังยื่นหนังสือ โดยหมู่บ้านแม่สองมี 4 หย่อมบ้าน ได้แก่ บ้านแม่สอง (หมู่บ้านหลัก) ห้วยป่าขาม แม่โป่ง วาทู และขุนแม่สอง มีประชากร 520 คน 116 ครัวเรือน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า "เราอยากให้ กสม. ได้รับทราบปัญหาต่างๆ ในหมู่บ้าน เช่น การขาดแคลนไฟฟ้าและสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งทำให้การติดต่อสื่อสารทำได้ยาก ต้องออกไปนอกพื้นที่ถึงจะติดต่อได้ เราเป็นคนไทยคนหนึ่งที่มีสิทธิพื้นฐานเช่นเดียวกัน"

เผยความยากลำบากเส้นทางเดินทาง-ชี้แจงข่าวลือเส้นทางขนยาเสพติด

พ่อหลวงสุภัคเปิดเผยว่าเส้นทางเข้าออกบ้านแม่สองมี 2 เส้นทางหลัก:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • เส้นทางเก่า ผ่านตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง หรืออำเภอแม่ลาน้อย ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง เนื่องจากต้องลงลำธาร และในช่วงฤดูฝนมักถูกตัดขาด
  • เส้นทางตัดใหม่ ที่กำลังเป็นประเด็นดราม่า หากไม่ใช่ฤดูฝนจะใช้เวลาเพียง 30 นาที ทำให้เดินทางรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น

เขาย้ำว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาระหว่างเจ้าหน้าที่ด้วยกันเอง และมีการปั่นกระแสข้อมูลผิดๆ เช่นการอ้างว่า "เป็นพื้นที่ติดกับว้าแดงหรือเส้นทางขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย" ซึ่งไม่เป็นความจริง

"ต้นไม้ที่ถูกตัดเป็นไม้ก่อฝืนที่ชาวบ้านใช้ ไม่ใช่ไม้สักอย่างที่ออกข่าวว่าจะมีการขนส่ง 100-200 ต้น" สุภัคกล่าว พร้อมเสริมว่าชาวบ้านเพิ่งทราบข่าวดราม่านี้ผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา และรู้สึกตกใจกับข่าวถนนปริศนา

ปัญหาการสื่อสาร-ความเสี่ยงในช่วงฤดูฝน

หมู่บ้านแม่สองยังขาดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ ทำให้การรับรู้ข่าวสารจากภายนอกทำได้ยาก ชาวบ้านต้องเดินทางไปยังจุดที่มีสัญญาณ ซึ่งมักเป็นบริเวณจุดสกัดของอุทยานแห่งชาติที่อยู่ห่างออกไปกว่า 1 กิโลเมตร

"ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตในหมู่บ้านและเช็คข่าวบนยอดดอยเพียงอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ทำให้ทราบข่าวล่าช้า" สุภัคอธิบาย

ในช่วงฤดูฝน การเดินทางเข้าออกหมู่บ้านมีความยากลำบากอย่างยิ่ง:

  1. ถนนมักถูกตัดขาด ทำให้ไม่สามารถเดินทางได้
  2. หากมีผู้เจ็บป่วย ต้องแบกออกไปหาหมอเนื่องจากรถไม่สามารถเข้าถึง
  3. รถจักรยานยนต์ต้องใช้โซ่พันล้อเพื่อเพิ่มแรงฉุดลาก
  4. การเดินทางไปประชุมที่อำเภอแม่สะเรียงต้องออกจากหมู่บ้านล่วงหน้าหนึ่งวันเนื่องจากไม่แน่ใจสภาพเส้นทาง

พ่อหลวงสุภัคสรุปว่า "ชาวบ้านอยากได้ถนนเส้นตัดใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและเพิ่มความปลอดภัย หากใช้เส้นทางเก่าในช่วงฤดูฝนจะเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและเสียเวลามาก" พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาสาธารณูปโภคพื้นฐานให้กับชุมชนห่างไกลแห่งนี้