สธ.เตือนภัย! หน้าระวังโรคไข้เลือดออก หลังพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สธ.เตือนภัย! หน้าระวังโรคไข้เลือดออก หลังพบผู้ป่วยเพิ่ม

กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการป้องกันโรคไข้เลือดออก หลังจากพบว่าสถานการณ์การระบาดของโรคดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูฝนนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาดเป็นประจำ

สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปัจจุบัน

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าในปีนี้มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสะสมแล้วกว่า 20,000 ราย ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 30 โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว

สาเหตุที่ทำให้โรคระบาดรุนแรงขึ้น

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า สาเหตุหลักที่ทำให้โรคไข้เลือดออกระบาดรุนแรงขึ้นในปีนี้ เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน มีฝนตกชุกในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำโรค นอกจากนี้ ประชาชนบางส่วนยังละเลยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านและชุมชน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เนื่องจากหากติดเชื้ออาจมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ง่าย

อาการของโรคไข้เลือดออกที่ควรสังเกต

อาการของโรคไข้เลือดออกที่พบบ่อย ได้แก่ ไข้สูงลอยเกิน 2 วัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน และอาจมีผื่นขึ้นตามตัว ในรายที่รุนแรงอาจมีเลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล หรืออาเจียนเป็นเลือด ซึ่งต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

วิธีป้องกันโรคไข้เลือดออก

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านและชุมชน โดยปฏิบัติตามหลัก 3 เก็บ คือ เก็บบ้านให้สะอาด เก็บขยะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ และเก็บน้ำไม่ให้ยุงวางไข่ รวมถึงการทายากันยุง นอนในมุ้ง และสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกาย

คำแนะนำเพิ่มเติมจากกระทรวงสาธารณสุข

กระทรวงสาธารณสุขขอให้ประชาชนสังเกตอาการตนเองและคนในครอบครัว หากมีไข้สูง 2 วันขึ้นไป ควรรีบพบแพทย์ทันที โดยไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยาลดไข้กลุ่มแอสไพรินและไอบูโพรเฟน เพราะอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น ควรใช้ยาพาราเซตามอลแทน

การดูแลผู้ป่วยที่บ้าน

สำหรับผู้ป่วยที่แพทย์อนุญาตให้กลับมาดูแลต่อที่บ้าน ควรให้ผู้ป่วยพักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำมากๆ และรับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย ควรเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่น และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติ เช่น ซึมลง ปวดท้องรุนแรง อาเจียน หรือเลือดออก ควรรีบนำกลับไปโรงพยาบาลทันที

กระทรวงสาธารณสุขยังได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือหากมีการระบาดรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือในการป้องกันโรคเพื่อลดจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก