สถานการณ์ไข้เลือดออกในประเทศไทยกำลังน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากมีรายงานผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กอายุ 5-14 ปี ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงกว่ากลุ่มอื่น
ยอดผู้ป่วยพุ่งสูง เสี่ยงเสียชีวิต
จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้วกว่า 20,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ราย ซึ่งเป็นเด็กถึง 10 ราย สาเหตุหลักมาจากการที่ผู้ปกครองพาเด็กมาโรงพยาบาลช้าเกินไป
อาการที่ต้องเฝ้าระวัง
ผู้ปกครองควรสังเกตอาการของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อมีไข้สูงลอยเกิน 2 วัน ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ จุดแดงตามตัว หรือมีเลือดออกตามไรฟัน หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที
- ไข้สูงลอย เกิน 38.5 องศาเซลเซียส
- ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- จุดแดงตามตัว หรือจ้ำเลือด
- เลือดออกตามไรฟัน หรืออาเจียนเป็นเลือด
- ซึมลง มือเท้าเย็น ปัสสาวะน้อย
วิธีป้องกันไข้เลือดออก
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ทั้งในบ้านและรอบบ้าน เช่น การปิดภาชนะใส่น้ำ เปลี่ยนน้ำในแจกันทุกสัปดาห์ กำจัดขยะที่อาจมีน้ำขัง และทายากันยุง นอกจากนี้ ควรพาบุตรหลานไปรับวัคซีนไข้เลือดออกตามคำแนะนำของแพทย์
ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422



