รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” เร่งตั้ง คกก.ป้องกันภัยพิบัติภาคเหนือ ตามสั่งนายกฯ อนุทิน
รองนายกฯ เร่งตั้ง คกก.ป้องกันภัยพิบัติภาคเหนือ ตามสั่งนายกฯ

รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” เร่งเครื่องแก้ฝุ่น PM2.5 ตามข้อสั่งการนายกฯ อนุทิน ตั้ง คกก.ป้องกันภัยพิบัติภาคเหนือ

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการที่ทำเนียบรัฐบาล เกี่ยวกับกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมตั้งเป็นประธานคณะกรรมการเพื่อป้องกันภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ โดยนายทรงศักดิ์ยืนยันว่า นี่เป็นข้อสั่งการโดยตรงจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

การดำเนินการที่รวดเร็วและเป็นรูปธรรม

นายทรงศักดิ์ เปิดเผยว่า การปฏิบัติการขับเคลื่อนการทำงานนั้น จะต้องให้ฝ่ายเลขานุการนำเสนอโครงสร้างคณะกรรมการอย่างละเอียด โดยจะระบุหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งคาดว่าโครงสร้างดังกล่าวจะสามารถจัดทำให้เรียบร้อยได้ภายในวันนี้เอง นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำว่า แม้เรื่องนี้จะเคยมีการดำเนินการอยู่แล้วในอดีต แต่จากนี้ไปจะต้องมีการกำชับและเสริมความเข้มข้นในการทำงาน เพื่อให้สามารถบรรเทาและแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริงและมีประสิทธิภาพสูงสุด

คณะกรรมการป้องกันภัยพิบัติภาคเหนือ ที่กำลังจะจัดตั้งขึ้นนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดการกับภัยพิบัติต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นวาระสำคัญของรัฐบาลในปัจจุบัน การทำงานจะครอบคลุมทั้งด้านการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายทรงศักดิ์ ยังกล่าวเสริมว่า “การแก้ไขปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องของกระดาษหรือการประชุมเท่านั้น แต่ต้องลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนในภาคเหนือได้รับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการจัดการกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ความสำคัญของความร่วมมือและความโปร่งใส

เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการดังกล่าวจะต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับชุมชนและองค์กรท้องถิ่น พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลและความคืบหน้าอย่างโปร่งใสต่อสาธารณชน นี่ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ปัญหาฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างกว้างขวาง

ในภาพรวมแล้ว การเร่งตั้งคณะกรรมการป้องกันภัยพิบัติภาคเหนือตามข้อสั่งการของนายกฯ อนุทินนี้ ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติให้มีระบบและรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดผลกระทบและสร้างความยั่งยืนในระยะยาวสำหรับภูมิภาคภาคเหนือของประเทศไทย