กรมควบคุมโรคเตือนภัย 'ไวรัสตับอักเสบเอ' ระบาดหนักในกลุ่มวัยทำงาน
กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ออกประกาศเตือนประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของ ไวรัสตับอักเสบเอ ในปี 2569 ซึ่งพบผู้ป่วยสะสมแล้วถึง 651 ราย ตัวเลขนี้ถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีอย่างมีนัยสำคัญ และมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่งสัญญาณให้ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
กลุ่มเสี่ยงหลักคือวัยทำงาน อายุ 30-49 ปี
ข้อมูลจากเฟซบุ๊กของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุว่า กลุ่มอายุที่พบการติดเชื้อมากที่สุดคือวัยทำงาน โดยเรียงลำดับจากสูงไปต่ำดังนี้:
- อันดับ 1: กลุ่มอายุ 30–39 ปี
- อันดับ 2: กลุ่มอายุ 40–49 ปี
- อันดับ 3: กลุ่มอายุ 20–29 ปี
ไวรัสชนิดนี้สามารถติดต่อได้ง่ายผ่านการรับประทานอาหารหรือใช้แก้วน้ำร่วมกัน มักระบาดในครอบครัวเดียวกันหรือในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่น เช่น โรงเรียน โรงงานอุตสาหกรรม และชุมชนแออัด
อาการที่ต้องสังเกตและระยะฟักตัวของโรค
อาการเบื้องต้นที่ควรระวัง ได้แก่ ไข้สูง อ่อนเพลียอย่างรุนแรง เบื่ออาหาร และคลื่นไส้ ตามด้วยอาการตาเหลืองและตัวเหลืองซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนของโรค ระยะฟักตัวของไวรัสตับอักเสบเอนานเฉลี่ย 28-30 วัน ทำให้หลายคนอาจไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อและแพร่กระจายโรคไปยังผู้อื่นโดยไม่ตั้งใจ
วิธีป้องกันที่ได้ผล: กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ
แม้จะติดต่อได้ง่าย แต่โรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยมาตรการพื้นฐานดังนี้:
- รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ (กินร้อน)
- ใช้ช้อนกลางส่วนตัวเมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
- ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
กรมควบคุมโรคเน้นย้ำให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่อาจเผชิญกับการระบาดในที่ทำงานหรือสถานที่สาธารณะ การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลเป็นกุญแจสำคัญในการลดการแพร่กระจายของไวรัสตับอักเสบเอได้อย่างมีประสิทธิภาพ



