สธ.กทม.เฝ้าระวังโรคอีสุกอีใสระบาด พบผู้ป่วย 752 ราย เน้นกลุ่มเด็ก 0-14 ปี
สธ.เฝ้าระวังอีสุกอีใสระบาด พบผู้ป่วย 752 ราย

สธ.กทม.เตือนเฝ้าระวังโรคอีสุกอีใสระบาด พบผู้ป่วย 752 ราย เน้นกลุ่มเด็กอายุ 0-14 ปี

สำนักการแพทย์ (สนพ.) กรุงเทพมหานคร ออกประกาศเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอีสุกอีใส หลังพบผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ต้นปี 2569 เป็นจำนวน 752 ราย โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบทางระบาดวิทยาที่มักระบาดหนักในช่วงฤดูหนาวต่อฤดูร้อน

กลุ่มเด็กอายุ 0-14 ปี เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด

นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ เปิดเผยว่า กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือเด็กอายุ 5-9 ปี และ 10-14 ปี เนื่องจากเป็นช่วงวัยเรียนที่มีการรวมตัวกันในสถานศึกษา ส่งผลให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย สำนักการแพทย์จึงได้สั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครดำเนินมาตรการเชิงรุก School Surveillance โดยประสานงานกับสำนักการศึกษาและเครือข่ายโรงเรียนเพื่อคัดกรองเด็กตั้งแต่บริเวณหน้าประตูโรงเรียน

หากพบเด็กมีอาการไข้ หรือเริ่มมีผื่นและตุ่มน้ำใส จะต้องแยกกักตัวทันทีและแจ้งผู้ปกครองให้รับทราบ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสในวงกว้าง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรการ "ปิด-ล้าง-เลี่ยง" เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อ

ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้เน้นย้ำมาตรการ "ปิด-ล้าง-เลี่ยง" อย่างเคร่งครัด โดยรณรงค์ให้โรงเรียนทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมเป็นประจำ และพิจารณาสั่งปิดชั้นเรียนชั่วคราวหากพบผู้ป่วยจำนวนมาก เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้ออย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ภายในโรงพยาบาลได้มีการจัดระบบคัดกรองเฉพาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการผื่นคันและไข้ เพื่อแยกออกจากผู้ป่วยทั่วไป ลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อในห้องนั่งรอ พร้อมทั้งสำรองเวชภัณฑ์ยาต้านไวรัส เช่น Acyclovir และอุปกรณ์ดูแลแผลให้เพียงพอต่อความต้องการ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

คำแนะนำพิเศษสำหรับหญิงตั้งครรภ์

สำนักการแพทย์ยังได้ให้ความรู้แก่หญิงตั้งครรภ์เกี่ยวกับความเสี่ยงของโรคอีสุกอีใส ซึ่งอาจส่งผลต่อความพิการของทารกในครรภ์หากหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันไปสัมผัสผู้ป่วย โดยแนะนำให้รีบพบแพทย์ภายใน 72-96 ชั่วโมง เพื่อพิจารณาฉีดสารภูมิคุ้มกัน VZIG หรือรับยาต้านไวรัสทันที

มาตรการเหล่านี้มุ่งหวังควบคุมการระบาดและปกป้องสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ