รัฐบาลเตือนเฝ้าระวังโรคเมลิออยด์โดสิส พบผู้ป่วยสะสม 732 ราย เสียชีวิต 23 ราย
รัฐบาลเตือนโรคเมลิออยด์โดสิส ผู้ป่วยสะสม 732 ราย เสียชีวิต 23 ราย

รัฐบาลเตือนภัยโรคเมลิออยด์โดสิส พบผู้ป่วยสะสม 732 ราย เสียชีวิต 23 ราย

วันนี้ (18 เมษายน 2569) รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังโรคเมลิออยด์โดสิสอย่างใกล้ชิด หลังพบแนวโน้มการระบาดที่ยังคงน่ากังวล โดยมีรายงานผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 16 เมษายน 2569 จำนวน 732 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 23 คน

สถานการณ์การระบาดในพื้นที่เสี่ยง

จากข้อมูลของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น ซึ่งดูแลเขตสุขภาพที่ 7 พบผู้ป่วยสะสมในพื้นที่ดังกล่าว 68 คน และเสียชีวิต 2 คน โดยกลุ่มอายุที่พบการติดเชื้อมากที่สุดคือผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในประชากรสูงวัย

สาเหตุและอาการของโรคเมลิออยด์โดสิส

โรคเมลิออยด์โดสิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบทั่วไปในดินและน้ำ สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านหลายช่องทาง เช่น บาดแผล การหายใจเอาฝุ่นดินที่ปนเปื้อนเชื้อ หรือการดื่มน้ำที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม อาการของโรคมีได้ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง เริ่มตั้งแต่มีไข้สูง หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไปจนถึงการเกิดแผลบวมแดงหรือฝีหนอง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ในกรณีที่เชื้อเข้าสู่กระแสเลือด อาจนำไปสู่ภาวะติดเชื้อรุนแรงและเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

  • เกษตรกรและชาวนาที่ทำงานสัมผัสดินและน้ำโดยตรง
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไต ธาลัสซีเมีย
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงสูงกว่ากลุ่มอื่น

คำแนะนำจากรัฐบาลเพื่อป้องกันโรค

รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน ดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หากจำเป็นต้องทำงานในพื้นที่เสี่ยง ควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น รองเท้าบูทและถุงมือ
  2. หากมีอาการไข้สูงเกิน 2 วัน หายใจเหนื่อย หรือมีแผลติดเชื้อ ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการตรวจวินิจฉัย
  3. โรคเมลิออยด์โดสิสสามารถรักษาให้หายได้หากได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ดังนั้นอย่าชะล่าใจเมื่อมีอาการผิดปกติ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า "การเฝ้าระวังและป้องกันเป็นสิ่งสำคัญ ประชาชนควรตระหนักถึงความเสี่ยงและรีบพบแพทย์หากมีอาการสงสัย เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง"