กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังภัยจากสภาพอากาศร้อนถึงร้อนจัดที่กำลังปกคลุมประเทศไทยในช่วงนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะโรคลมแดดหรือฮีทสโตรก (Heatstroke) และภาวะขาดน้ำ
7 วิธีรับมืออากาศร้อนจัด
1. หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัด
ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่มีแดดจัดระหว่างเวลา 10.00-15.00 น. หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรสวมหมวกปีกกว้าง กางร่ม และสวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อนที่ระบายอากาศได้ดี
2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว หรือมากกว่าปกติ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำทางเหงื่อ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และคาเฟอีน เพราะจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น
3. ใช้ครีมกันแดด
ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง เพื่อป้องกันผิวไหม้จากรังสี UV และลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง
4. รับประทานอาหารที่ช่วยคลายร้อน
เลือกรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็น เช่น ผลไม้รสหวานอย่างแตงโม แตงไทย ฟักทอง และผักใบเขียว รวมถึงการดื่มน้ำสมุนไพร เช่น น้ำตะไคร้ น้ำใบเตย
5. เปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ
ในที่พักอาศัยควรเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศเพื่อลดความร้อนภายในห้อง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางวัน แต่ควรปรับอุณหภูมิให้พอดี ไม่เย็นจัดจนเกินไป
6. อาบน้ำหรือเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น
การอาบน้ำหรือใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัวจะช่วยลดอุณหภูมิร่างกายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังจากกลับจากนอกบ้าน
7. สังเกตอาการผิดปกติ
หากมีอาการปวดหัว หน้ามืด คลื่นไส้ อาเจียน หรือหมดสติ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคลมแดดที่อันตรายถึงชีวิต
กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
- เด็กเล็กและผู้สูงอายุ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
- ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน
- นักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายหนัก
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าสภาพอากาศร้อนจัดจะยังคงต่อเนื่องไปอีกหลายวัน ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อป้องกันอันตรายจากความร้อน



