ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทะลุ 1.2 ล้านรายแล้ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นกว่า 6.4 หมื่นราย โดยสหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงที่สุดในโลก
สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก
ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) ของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ รายงานว่า ณ วันที่ 5 เมษายน 2563 เวลา 20.00 น. ตามเวลาไทย พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกแล้วทั้งสิ้น 1,207,170 ราย เพิ่มขึ้น 74,875 รายจากวันก่อนหน้า ส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 64,956 ราย เพิ่มขึ้น 4,467 ราย
สหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด
สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด 312,245 ราย เสียชีวิต 8,503 ราย โดยรัฐนิวยอร์กเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดหนักที่สุด รองลงมาคือสเปน มีผู้ติดเชื้อ 126,168 ราย เสียชีวิต 11,947 ราย และอิตาลี มีผู้ติดเชื้อ 124,632 ราย เสียชีวิต 15,362 ราย
ทวีปเอเชียสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง
ในทวีปเอเชีย จีนซึ่งเป็นประเทศต้นตอการระบาด มีผู้ติดเชื้อสะสม 82,830 ราย เสียชีวิต 3,335 ราย ขณะที่อิหร่านมีผู้ติดเชื้อ 55,743 ราย เสียชีวิต 3,452 ราย เกาหลีใต้มีผู้ติดเชื้อ 10,237 ราย เสียชีวิต 183 ราย ญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อ 3,654 ราย เสียชีวิต 85 ราย
สำหรับประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อสะสม 2,169 ราย เสียชีวิต 23 ราย รักษาหายแล้ว 674 ราย
มาตรการรับมือโควิด-19 ของแต่ละประเทศ
หลายประเทศยังคงใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด เช่น สหรัฐอเมริกา สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส และอังกฤษ ขณะที่บางประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการบางอย่าง เช่น จีนที่เริ่มเปิดเมืองอู่ฮั่นอีกครั้งหลังปิดเมืองนานกว่า 2 เดือน
องค์การอนามัยโลกเตือนอย่าผ่อนคลายมาตรการเร็วเกินไป
องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเตือนว่า การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดการระบาดระลอกสอง ซึ่งจะส่งผลกระทบรุนแรงกว่าเดิม พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นอย่างชัดเจน
ไทยเตรียมพร้อมรับมือผู้ติดเชื้อเพิ่ม
ด้านประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรทางการแพทย์ เตียงผู้ป่วย และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ ประชาชนควรปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อยๆ และการเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและชะลอการแพร่ระบาดของโรค



