ศูนย์วิจัยประมงสกลนครเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ 12 ล้านตัว สนับสนุนชุมชน
ศูนย์วิจัยสกลนครเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ 12 ล้านตัว (11.03.2026)

ศูนย์วิจัยประมงสกลนครเดินหน้าเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ 12 ล้านตัว ส่งเสริมแหล่งน้ำชุมชน

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสกลนคร ประกาศแผนการผลิตลูกพันธุ์สัตว์น้ำจำนวนมหาศาลถึง 12 ล้านตัว เพื่อแจกจ่ายให้แก่แหล่งน้ำในชุมชนต่าง ๆ ทั่วจังหวัดสกลนครและพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีเป้าหมายหลักในการสนับสนุนการประมงอย่างยั่งยืนและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้กับประชาชน

รายละเอียดการเพาะพันธุ์ปลานิลและปลานิลแปลงเพศ

นายมารุต ฤาแก้วมา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสกลนคร เปิดเผยว่า ศูนย์ฯ ได้วางแผนการผลิตลูกพันธุ์ปลานิลและปลานิลแปลงเพศด้วยวิธีการผสมพันธุ์แบบเลียนแบบธรรมชาติ โดยดำเนินการในกระชังขนาด 5x8x1 เมตร จำนวน 12 กระชังต่อบ่อ ซึ่งมีบ่อดินขนาด 0.75 ไร่ จำนวน 2 บ่อ สำหรับกระบวนการนี้ จะจับคู่ปลาตัวผู้และปลาตัวเมียในอัตราส่วนตัวผู้ 1 ตัวต่อตัวเมีย 2 ตัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผสมพันธุ์

การเก็บไข่ปลาจะทำโดยการเคาะปากแม่ปลาทุก 10 วันต่อครั้ง ซึ่งในแต่ละรอบการเก็บสามารถได้ไข่ปลาหรือลูกปลาเฉลี่ย 20,000 ถึง 100,000 ฟองต่อครั้ง หลังจากนั้น ไข่ปลาจะถูกนำเข้าสู่ระบบเพาะฟักในถาดเพาะฟัก เพื่อให้ไข่พัฒนาจากระยะที่ 1 ถึง 4 ไปสู่ระยะที่ 5 ซึ่งเป็นระยะที่พร้อมอนุบาลในบ่อดินเป็นเวลา 45 วัน จนได้ลูกปลาขนาด 2-3 เซนติเมตร สำหรับจำหน่ายหรือสนับสนุนแหล่งน้ำชุมชนต่อไป

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กระบวนการแปลงเพศปลานิลและแผนการผลิตประจำปี

สำหรับการแปลงเพศปลานิลให้เป็นเพศผู้ จะดำเนินการในลูกปลาที่ระยะที่ 5 โดยให้อาหารผสมฮอร์โมนสังเคราะห์ 17-alpha methyltestosterone เป็นเวลา 21 วัน ซึ่งจะทำให้ได้ลูกปลาขนาด 2-3 เซนติเมตรที่พร้อมแจกจ่ายให้กับชุมชน โดยกระบวนการนี้ช่วยเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตและผลผลิตของปลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ในปีงบประมาณ 2569 ศูนย์วิจัยฯ มีกำหนดผลิตพันธุ์สัตว์น้ำรวม 12 ล้านตัว แบ่งเป็นกุ้ง 5 ล้านตัว และปลาชนิดต่าง ๆ เช่น ปลานิล ปลาตะเพียน และปลาสร้อยขาว อีกกว่า 7 ล้านตัว โดยสัตว์น้ำเหล่านี้จะถูกปล่อยลงแหล่งน้ำสาธารณะที่ใช้ร่วมกัน อาทิ หนองหาร น้ำอูน น้ำพุง และแหล่งน้ำของชลประทาน รวมถึงแหล่งน้ำในชุมชนที่มีการร้องขอมา การผลิตจะดำเนินการเป็นห้วงเวลาหรือตามฤดูกาล เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและความต้องการของพื้นที่

โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร แต่ยังส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านการประมงที่ยั่งยืน โดยศูนย์วิจัยฯ มุ่งมั่นที่จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ต่อไปในอนาคต