ดอกไม้ป่าบานสะพรั่งใน 'หุบเขามรณะ' อเมริกา สวยที่สุดในรอบ 10 ปี
จากพื้นดินที่เคยแห้งแล้งและแตกระแหง กลับกลายเป็นทุ่งดอกไม้สีทองสุดตระการตา เมื่อปรากฏการณ์ 'ซูเปอร์บลูม' เข้ามาแต่งแต้มสีสันให้กับ 'หุบเขามรณะ' หรืออุทยานแห่งชาติเดธวัลเลย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุดในอเมริกาเหนือและร้อนที่สุดในโลก หลังได้รับปริมาณน้ำฝนมากที่สุดในรอบหลายปี ความงามนี้เป็นปรากฏการณ์ชั่วคราวที่หาชมได้ยากและอาจไม่เกิดขึ้นอีกนานนับปี
ความงามที่เกิดขึ้นจากน้ำฝนประวัติศาสตร์
แมตธิว ลามาร์ เจ้าหน้าที่อุทยาน ระบุว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ดอกไม้บานสวยงามที่สุดนับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา ปัจจัยสำคัญมาจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาซึ่งถือเป็นเดือนที่เปียกชื้นที่สุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้เมล็ดพันธุ์ที่ฝังตัวอยู่ใต้ดินมานานนับปีได้รับความชุ่มชื้นและงอกเงยขึ้นมา
ดอกไม้ที่เป็นนางเอกของงานนี้คือ 'เดเซิร์ต โกลด์' หรือทานตะวันทะเลทรายที่บานสะพรั่งจนดูเหมือนพรมสีทอง ปกคลุมไปทั่วบริเวณหุบเขา แซมด้วยสีม่วงของดอกฟาซีเลีย สีขาวนวลของพริมโรส และสีชมพูของดอกเดเซิร์ตไฟว์สปอต
กลยุทธ์การเอาตัวรอดของสิ่งมีชีวิตในทะเลทราย
นักนิเวศวิทยาชี้ให้เห็นว่า ปรากฏการณ์นี้ช่วยลบความเชื่อผิดๆ ที่ว่าทะเลทรายไม่มีสิ่งมีชีวิต เพราะพืชและสัตว์ในเดธวัลเลย์ได้พัฒนากลยุทธ์อันชาญฉลาดในการเอาตัวรอดท่ามกลางสภาพอากาศที่สุดโต่ง เมล็ดพันธุ์เหล่านี้สามารถรอคอยน้ำได้นานนับทศวรรษเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสมที่สุดในการเติบโต
คำเตือนสำหรับนักท่องเที่ยว
เจ้าหน้าที่อุทยานและนักนิเวศวิทยาได้ฝากคำเตือนถึงนักท่องเที่ยวว่าห้ามเดินออกนอกเส้นทาง เพื่อป้องกันการเหยียบย่ำดอกไม้และพืชพรรณ รวมถึงห้ามเด็ดดอกไม้ เพราะการเด็ดดอกไม้ 1 ดอก หมายถึงเมล็ดพันธุ์ที่จะลดน้อยลงสำหรับคนรุ่นหลัง และการเด็ดดอกไม้ในอุทยานถือเป็นเรื่องต้องห้ามตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังเตือนให้ระวังดอกฟาซีเลียสีม่วงอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังหากสัมผัส รวมถึง 'หนอนผีเสื้อเหยี่ยว' ที่กำลังคลานหาอาหารบนพื้นดินก่อนจะฝังตัวกลายเป็นดักแด้
รีบชมก่อนจะสาย
สำหรับผู้ที่ต้องการชมความงามนี้ต้องรีบ เนื่องจากดอกไม้เหล่านี้มีอายุสั้น โดยพื้นที่ในระดับความสูงต่ำจะคงความงามไปจนถึงช่วงกลางหรือปลายเดือนมีนาคมนี้เท่านั้น ส่วนพื้นที่ในระดับที่สูงขึ้นไปจะเริ่มบานในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน
เจ้าหน้าที่ลามาร์กล่าวทิ้งท้ายว่า 'นี่คือช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการมาเยือนเดธวัลเลย์เพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร เพราะไม่มีใครรู้เลยว่าปรากฏการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อไหร่'



