เปิด 5 เหตุผลทางจิตวิทยาที่ทำให้ชอบเช็กมือถือทั้งที่ไม่มีแจ้งเตือน
เปิด 5 เหตุผลทางจิตวิทยาชอบเช็กมือถือทั้งที่ไม่มีแจ้งเตือน

เคยไหม? หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทั้งที่ไม่มีเสียงแจ้งเตือน ไม่มีข้อความเข้า หรือแม้แต่ไม่มีอะไรใหม่เลย แต่ไม่กี่นาทีต่อมาก็ยังเผลอหยิบขึ้นมาเช็กอีกครั้ง พฤติกรรม "ติดมือถือ" เกิดขึ้นกับคนจำนวนมากในยุคดิจิทัล จนบางครั้งเราอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังทำมันอยู่ ซึ่งในทางจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์สมอง พฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีเหตุผลอยู่เบื้องหลัง

เปิด 5 เหตุผลทางจิตวิทยาคนติดมือถือ เช็กทั้งวัน ทั้งที่ไม่มีแจ้งเตือน

1. สมองชอบรางวัลที่คาดเดาไม่ได้

หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ สมองของมนุษย์ถูกออกแบบมาให้ตอบสนองต่อ "รางวัล" โดยเฉพาะรางวัลที่ไม่สามารถคาดเดาได้ กลไกนี้คล้ายกับการสุ่มรางวัลในเกม เพราะเราไม่รู้ว่าจะเจออะไร ทำให้สมองรู้สึกตื่นเต้นและอยากลองอีกครั้ง เราอาจพบข้อความใหม่ ไลก์ใหม่ ข่าวสารที่น่าสนใจ หรือคอนเทนต์ที่สร้างความบันเทิง แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้ง แต่ความไม่แน่นอนนี่เองที่ทำให้สมองอยากกลับไปเช็กซ้ำเรื่อยๆ

2. กลัวตกข่าวหรือพลาดข้อมูลบางอย่าง

อีกสาเหตุหนึ่งคืออาการที่เรียกว่า "FOMO" (Fear of Missing Out) หรือความกลัวว่าจะพลาดข่าวสาร เหตุการณ์ หรือบทสนทนาสำคัญ เมื่อคุ้นชินกับการรับข้อมูลตลอดเวลา สมองจะเกิดความรู้สึกว่าอาจมีอะไรใหม่เกิดขึ้นทุกเมื่อ ส่งผลให้เราเช็กโทรศัพท์บ่อย แม้จะไม่มีการแจ้งเตือนก็ตาม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

3. ติดมือถือกลายเป็นนิสัยอัตโนมัติ

สำหรับหลายคน การหยิบมือถือขึ้นมาดูไม่ได้เกิดจากความต้องการจริงๆ แต่เป็นพฤติกรรมที่ทำจนเคยชิน โดยเฉพาะเวลารอคิว นั่งรถ อยู่ในลิฟต์ หรือแม้แต่ช่วงที่ไม่มีอะไรทำ สมองมักเลือกกิจกรรมที่คุ้นเคยที่สุด และมือถือก็มักกลายเป็นตัวเลือกอันดับแรก เมื่อทำซ้ำบ่อยครั้ง พฤติกรรมนี้จะกลายเป็นนิสัยอัตโนมัติ จนบางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูโดยแทบไม่รู้ตัว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

4. สมองพยายามหลีกหนีความเบื่อ

มนุษย์ไม่ชอบความเบื่อหรือช่วงเวลาว่างเปล่า ในอดีตเราอาจปล่อยใจให้เหม่อหรือสังเกตสิ่งรอบตัว แต่ปัจจุบันมือถือกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้หลายคนเผลอหยิบขึ้นมาเช็กทันทีเมื่อรู้สึกเบื่อ แม้จะไม่มีเหตุผลจำเป็นก็ตาม เมื่อมีกิจกรรมและข่าวสารต่างๆ มากมาย ทำให้เราไม่อดทนกับการอยู่นิ่งๆ เป็นเวลานาน

5. ความรู้สึกอยากเชื่อมต่อของคนยุคนี้

สมองกำลังมองหาความรู้สึกสบายใจหรือความเชื่อมโยงกับคนอื่น เมื่อรู้สึกเครียด เหงา วิตกกังวล หรือไม่มีอะไรทำ การเปิดดูโทรศัพท์อาจช่วยให้รู้สึกว่าเรายังเชื่อมต่อกับโลกภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการเช็กแชต ดูโซเชียลมีเดีย หรือดูว่าใครมีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง แม้จะไม่มีการแจ้งเตือนใหม่ แต่การหยิบมือถือขึ้นมาเช็กก็สามารถช่วยลดความรู้สึกไม่สบายใจได้ชั่วคราว จนกลายเป็นพฤติกรรมที่สมองเรียนรู้และทำซ้ำโดยอัตโนมัติในเวลาต่อมา

หากเช็กมือถือบ่อยเกินไป มีผลเสียอย่างไรบ้าง

  • สมาธิลดลงและเสียโฟกัสง่าย
  • ทำงานหรือเรียนได้ไม่ต่อเนื่อง
  • รู้สึกเครียดจากข้อมูลที่ได้รับมากเกินไป
  • คุณภาพการนอนหลับลดลง
  • ใช้เวลากับหน้าจอมากกว่าที่ตั้งใจ

หากรู้ตัวว่าติดมือถือมาก ควรแก้ยังไงดี

  1. ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น
  2. กำหนดเวลาเช็กโซเชียลมีเดียเป็นช่วงๆ
  3. วางโทรศัพท์ให้ห่างจากตัวเวลาทำงาน
  4. หากิจกรรมอื่นทำระหว่างรอ เช่น อ่านหนังสือหรือเดินเล่น
  5. สังเกตตัวเองทุกครั้งก่อนหยิบมือถือว่า "จำเป็นต้องเช็กจริงหรือไม่"

อย่างไรก็ตาม การชอบเช็กมือถือตลอดเวลาทั้งที่ไม่มีแจ้งเตือนไม่ได้แปลว่าเราเสพติดเทคโนโลยีเสมอไป แต่เป็นผลจากกลไกการทำงานของสมองที่ชอบรางวัล ความเคยชิน และความกลัวพลาดข้อมูลสำคัญ หากพฤติกรรมนี้เริ่มรบกวนการใช้ชีวิต การรู้เท่าทันและปรับนิสัยเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถช่วยให้เราใช้เทคโนโลยีได้อย่างสมดุลมากขึ้น