พายุฤดูร้อนถล่มภาคเหนือ-อีสาน สร้างความเสียหายหนักทั้งพืชผลและที่อยู่อาศัย
เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 เกิดพายุฤดูร้อนรุนแรงพัดถล่มพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนองหนักและมีลูกเห็บตกในหลายจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดยโสธร ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งในด้านการเกษตรและที่อยู่อาศัย
ลูกเห็บตกถล่มเขาค้อเพชรบูรณ์ พืชผลเสียหายและเกิดอุบัติเหตุรถยนต์
ในพื้นที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เกิดพายุฤดูร้อนที่มีลมแรง ฝนตกหนัก และลูกเห็บตกต่อเนื่องนานกว่า 1 ชั่วโมง ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ ยังมีรายงานความเสียหายในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่า และอำเภอน้ำหนาว ซึ่งหลายจุดได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศเลวร้าย
ขณะเกิดพายุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจังหวัดเพชรบูรณ์ต้องฝ่าฝนและลูกเห็บเพื่อเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งลงข้างทางบริเวณถ้ำผาหงษ์บนถนนหล่มสัก-ชุมแพ ตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน โดยการช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากฝนตกหนักและลูกเห็บตกต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถหลายคันลำเลียงผู้บาดเจ็บลงจากพื้นที่ภูเขาเพื่อนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลหล่มสัก เนื่องจากเส้นทางนี้สะดวกและใกล้กว่า พร้อมทั้งจัดกำลังควบคุมการจราจรอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนจากทัศนวิสัยต่ำ
ยโสธรเผชิญพายุถล่ม บ้านเสียหายกว่า 800 หลัง
ในจังหวัดยโสธร พายุฤดูร้อนได้พัดถล่มในพื้นที่ 3 อำเภอ ส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวนมาก นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายในอำเภอมหาชนะชัย เบื้องต้นพบว่าบ้านใน 6 ตำบลเสียหายกว่า 800 หลัง โรงเรียนเสียหาย 4 แห่ง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเสียหาย 1 แห่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับให้หน่วยงานท้องถิ่นเร่งให้การช่วยเหลือ โดยเฉพาะบ้านที่ได้รับความเสียหายรุนแรงและไม่สามารถอาศัยอยู่ได้
สถานการณ์พายุฤดูร้อนในภาคเหนือและอีสานครั้งนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่มักเกิดสภาพอากาศแปรปรวน เจ้าหน้าที่และชุมชนต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อลดผลกระทบและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว



