รัฐมนตรี 'สุชาติ' สั่งดูแลเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าอย่างเต็มที่ หลังบาดเจ็บจากความร้อนจัดและทำงานหนัก
สุชาติ สั่งดูแลเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าหลังบาดเจ็บจากความร้อนจัด

รัฐมนตรี 'สุชาติ' สั่งการดูแลเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าอย่างเต็มที่ หลังบาดเจ็บจากความร้อนจัดและทำงานหนัก

เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย Facebook ของกรม เกี่ยวกับกรณีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่า โดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แสดงความห่วงใยและสั่งการให้ดูแลสวัสดิภาพเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด พร้อมขอบคุณการเสียสละในช่วงวันหยุดเทศกาล

เหตุการณ์เจ้าหน้าที่บาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่า

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. ขณะเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเชิงคุณภาคที่จุดสกัดภูโป่ง ได้รับแจ้งเหตุไฟป่า จึงรีบปรับภารกิจเข้าสมทบกับเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าภูผาเทิบ-ภูผายล เพื่อเข้าสกัดกั้นเปลวเพลิงทันที เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังดับไฟอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดและภูมิประเทศที่ยากลำบาก จนภารกิจเสร็จสิ้นในเวลา 17.30 น.

อย่างไรก็ตาม หลังเสร็จสิ้นภารกิจและระหว่างเดินทางกลับ พบว่าเจ้าหน้าที่ 2 นายมีอาการบาดเจ็บจากการทำงานหนัก ได้แก่ นายรัตนกร บับพาน มีอาการตะคริวรุนแรงจนไม่สามารถเดินเท้าออกจากพื้นที่ได้ และ นายอนุชา โคตรสขึง มีอาการวูบ หน้ามืด และอ่อนแรงอย่างกะทันหัน ทีมเจ้าหน้าที่ที่เหลือได้ร่วมกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นและใช้เปลสนามเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงจากภูเขาอย่างทุลักทุเล จนถึงพื้นล่างเวลา 20.20 น. ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลมุกดาหารทันที

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำสั่งการและมาตรการดูแลจากรัฐมนตรีและอธิบดีกรมอุทยานฯ

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้รับทราบรายงานแล้วและแสดงความเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ พร้อมกำชับให้ดูแลอย่างเต็มที่ รวมถึงขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกนายในทุกพื้นที่ที่เสียสละเวลาส่วนตัวในช่วงวันหยุดเทศกาลเพื่อดับไฟป่า และขอให้เจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บหายป่วยในเร็ววัน

นอกจากนี้ รัฐมนตรีสุชาติยังเน้นย้ำให้หน่วยงานดูแลสวัสดิภาพเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด โดยมีมาตรการสำคัญดังนี้

  • ตรวจเช็คร่างกายบุคลากรและยานพาหนะให้พร้อม 100% ก่อนออกปฏิบัติงาน
  • หากสถานการณ์หน้างานมีความเสี่ยงสูงหรือร่างกายล้า ให้พักรอและใช้การสลับกำลังพลเพื่อลดความเหนื่อยล้า
  • รายงานข้อมูลกรณีมีผู้บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องเพื่อการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นายอยู่ในความดูแลของแพทย์แล้ว และทั้งคู่ยังมีสติดีแต่มีภาวะอ่อนแรงจากความเหนื่อยล้าสะสม ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สภาพอากาศร้อนจัดที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของบุคลากร

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่หลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน ประสบกับสภาพอากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีอุณหภูมิสูงสุดถึง 42 องศาเซลเซียส ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการทำงานกลางแจ้งของเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง