กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนภัยพายุฤดูร้อนยังคงคุกคามหลายภาคของประเทศไทย
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกพยากรณ์อากาศล่าสุดสำหรับ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2569 ถึงเวลา 06.00 น. ของวันถัดไป โดยระบุว่า ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อนได้ในบางพื้นที่ สภาพอากาศดังกล่าวมาพร้อมกับลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นได้ในบางแห่ง
สาเหตุและผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวน
สาเหตุหลักของพายุฤดูร้อนในครั้งนี้เกิดจากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมายังคงปกคลุมเหนือภาคเหนือ ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนที่เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ด้านตะวันออกของภาคกลาง และทะเลจีนใต้
กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในพื้นที่ประเทศไทยตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนอย่างใกล้ชิด โดยควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรแนะนำให้เสริมความแข็งแรงให้กับไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง
รายละเอียดพยากรณ์อากาศแยกตามภาค
- ภาคเหนือ: มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง โดยเฉพาะในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 16-22 องศาเซลเซียส สูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกความเร็ว 10-20 กม./ชม.
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 15-22 องศาเซลเซียส สูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือความเร็ว 15-30 กม./ชม.
- ภาคกลาง: อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง ในจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส สูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือความเร็ว 10-20 กม./ชม.
- ภาคตะวันออก: มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ในจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ภาคใต้ฝั่งตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากในจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
- กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือความเร็ว 10-20 กม./ชม.
คำเตือนเพิ่มเติมและสภาพฝุ่นละออง
สำหรับภาคใต้ กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่ามีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือในอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เพื่อความปลอดภัย
ในส่วนของฝุ่นละออง ประเทศไทยมีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์ดีถึงปานกลาง เนื่องจากมีการระบายอากาศที่ดีขึ้นในช่วงนี้



