เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2567 เกิดเหตุการณ์พายุฤดูร้อนพัดถล่มหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดลมกระโชกแรง ฝนฟ้าคะนอง และลูกเห็บตกในหลายพื้นที่ สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชนและพืชผลทางการเกษตรเป็นบริเวณกว้าง
พื้นที่ได้รับผลกระทบ
จังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา น่าน อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา และลพบุรี โดยมีรายงานบ้านเรือนเสียหายกว่า 500 หลังคาเรือน ต้นไม้ใหญ่ล้มทับสายไฟฟ้าและถนน ทำให้การจราจรติดขัดและไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่
ความเสียหายด้านการเกษตร
ด้านการเกษตร พื้นที่ปลูกข้าวโพด ข้าว และพืชไร่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะในจังหวัดน่านและพะเยา ซึ่งคาดว่าผลผลิตจะลดลงร้อยละ 30-40 ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก
การเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยพายุฤดูร้อนฉบับที่ 5 โดยระบุว่า พายุนี้จะยังคงมีกำลังแรงไปจนถึงวันที่ 17 มีนาคม และขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงระวังอันตรายจากลมแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตก ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง
- หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่ที่เกิดพายุ
- เก็บสิ่งของที่อาจปลิวตามลมให้มิดชิด
- เตรียมอาหารและน้ำสำรองในกรณีไฟฟ้าดับ
การช่วยเหลือจากหน่วยงาน
หน่วยงานท้องถิ่นและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยแจกจ่ายถุงยังชีพและซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย รวมถึงเร่งเคลียร์เส้นทางจราจรและฟื้นฟูระบบไฟฟ้าให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารและแจ้งเหตุได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง



