พายุฤดูร้อนถล่มเหนือ-อีสาน กรมอุตุฯ เตือนระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวน
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่าในวันนี้ (23 เมษายน 2569) ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยจะเผชิญกับพายุฤดูร้อนอย่างรุนแรง สาเหตุหลักมาจากอิทธิพลของมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน และคาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ในวันนี้ ส่งผลให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนในหลายพื้นที่
ลักษณะพายุและผลกระทบในแต่ละภาค
สำหรับภาคเหนือ อากาศจะร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไปในช่วงกลางวัน พร้อมกับมีฟ้าหลัว และมีโอกาสเกิดพายุฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ซึ่งอาจมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 22-28 องศาเซลเซียส และสูงสุด 37-42 องศาเซลเซียส
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองครอบคลุมร้อยละ 30 ของพื้นที่ พร้อมกับลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง โดยจังหวัดที่ได้รับผลกระทบได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร และอำนาจเจริญ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส และสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส
ภาคกลางและกรุงเทพมหานครยังคงมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม
คำเตือนและข้อควรระวังสำหรับประชาชน
กรมอุตุนิยมวิทยาได้เน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าและลมแรง
- เกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้กับไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง
- ดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกินมาตรฐานในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคกลางตอนบน เนื่องจากความหนาแน่นของจุดความร้อนและการระบายอากาศที่ไม่ดี ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่ง และสวมหน้ากาก N95 เมื่ออยู่นอกอาคารเพื่อความปลอดภัย
สภาพอากาศในภาคอื่นๆ
สำหรับภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง โดยบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร แต่ในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงกว่า 1 เมตร ชาวเรือควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณดังกล่าว
โดยรวมแล้ว สภาพอากาศในวันนี้ยังคงมีความแปรปรวนสูง ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น



