ไฟป่าสถานีวิจัยสะแกราช โคราช เสียหายกว่า 7,000 ไร่ ควันไฟปกคลุมส่งผลกระทบสุขภาพ
ไฟป่าสถานีวิจัยสะแกราช โคราช เสียหายกว่า 7,000 ไร่ (14.02.2026)

ไฟป่าสถานีวิจัยสะแกราชในโคราชลุกลามรุนแรง เสียหายร่วม 7,000 ไร่

เหตุไฟป่าครั้งใหญ่ได้ลุกไหม้ภายในสถานีวิจัยสะแกราช ตำบลภูหลวง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เริ่มต้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. ไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีลมแรงเป็นระยะๆ ประกอบกับพื้นที่ป่าเป็นป่าเต็งรังที่มีต้นเพ็กและใบไม้แห้งสะสมมานาน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ทำให้เพลิงเผาผลาญอย่างรุนแรง

การระดมกำลังดับเพลิงและควบคุมสถานการณ์

จังหวัดนครราชสีมาได้ร่วมกับหน่วยงานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัคร ระดมเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์และรถดับเพลิงเข้าพื้นที่เพื่อดับไฟภาคพื้นดิน พร้อมทั้งได้รับสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์สำหรับดับเพลิงทางอากาศ จนสามารถควบคุมไฟให้อยู่ในวงจำกัดได้เมื่อค่ำวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

ทางจังหวัดได้ตั้งศูนย์อำนวยการและเผชิญเหตุขึ้น โดยมีนายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน พร้อมด้วยนายกฤษฏิ์ พูนเกษม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา และผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติงาน โดยใช้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ที่โรงเรียนบ้านวังน้ำเขียว (พ่วงโพธิ์อุปถัมภ์)

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สถานการณ์ล่าสุดและผลกระทบต่อสุขภาพ

ล่าสุดวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 สถานการณ์ไฟป่าในตำบลภูหลวง อำเภอปักธงชัย สามารถควบคุมได้แล้ว แต่ในตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่จากสถานีควบคุมไฟป่าทับลาน วังน้ำเขียว เขาใหญ่ และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่ร่วมกับกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิงไหม้อย่างต่อเนื่อง โดยจัดทำแนวกันไฟและฉีดน้ำสกัดเพื่อป้องกันการลุกลามเข้าสู่ชุมชน

เมื่อเวลา 20.00 น. ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ใช้โดรนบินสำรวจและพบไฟป่าประทุขึ้นอีกหลายจุด จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าจำนวน 50 นาย เดินเท้าเข้าพื้นที่เพื่อดับไฟตามพิกัดที่ตรวจพบ คาดว่ามีพื้นที่ป่าเสียหายไปแล้วร่วม 7,000 ไร่

ควันไฟจากเหตุการณ์นี้ได้ลอยปกคลุมทั่วบริเวณตำบลภูหลวง อำเภอปักธงชัย และตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ โดยค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พุ่งสูงขึ้น

  • ในอำเภอปักธงชัย: ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 83 AQI อยู่ในระดับปานกลาง ค่า PM2.5 วัดได้ 28.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  • ในอำเภอวังน้ำเขียว: ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 94 AQI อยู่ในระดับปานกลาง ค่า PM2.5 วัดได้ 30.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

คุณภาพอากาศในทั้งสองพื้นที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระดับปานกลาง โดยกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วย ควรป้องกันตนเองจากมลภาวะทางอากาศอย่างเคร่งครัด