กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยพายุฝนฟ้าคะนองครอบคลุมพื้นที่ 61 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 18-21 ตุลาคม 2567 โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ตอนบน ซึ่งอาจเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม และกรุงเทพมหานคร
คำแนะนำสำหรับประชาชน
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและลมกระโชกแรง โดยควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง รวมถึงไม่ควรเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วมขังหรือเส้นทางที่เสี่ยงต่อน้ำป่าไหลหลาก
- ตรวจสอบความมั่นคงของบ้านเรือนและเตรียมกระสอบทรายกั้นน้ำ
- เก็บเอกสารสำคัญและของมีค่าไว้ในที่ปลอดภัยและสูงจากพื้น
- เตรียมอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรคให้เพียงพอ
- ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือและพาวเวอร์แบงก์ให้พร้อมใช้งาน
ผลกระทบต่อการเดินทางและการเกษตร
กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนถึงผลกระทบต่อการเดินทาง โดยเฉพาะเส้นทางที่ผ่านภูเขาและที่ลาดชัน ซึ่งอาจเกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนเกษตรกรควรระวังความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวที่กำลังออกรวงและพืชไร่ที่อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยว ควรเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตที่แก่จัดแล้ว และเตรียมระบบระบายน้ำในพื้นที่เพาะปลูกให้มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยคลื่นสูง 2-3 เมตร ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
การติดตามสถานการณ์
ประชาชนสามารถติดตามประกาศเตือนภัยและข้อมูลสภาพอากาศเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือแอปพลิเคชัน "พยากรณ์อากาศ" รวมถึงติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน



