ปภ. เร่งโอนเงินช่วยเหลือน้ำท่วมรอบ 4 เพิ่มเติม 142,113 ครัวเรือนใน 45 จังหวัด
ปภ. โอนเงินช่วยน้ำท่วมรอบ 4 เพิ่ม 142,113 ครัวเรือน

ปภ. เร่งโอนเงินช่วยเหลือน้ำท่วมรอบ 4 เพิ่มเติม 142,113 ครัวเรือนใน 45 จังหวัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประกาศเตรียมดำเนินการโอนเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2568 ครั้งที่ 4 เพิ่มเติม ตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะครอบคลุมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก

รายละเอียดการช่วยเหลือและเงื่อนไข

กรณีแรกคือ บ้านที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และมีทรัพย์สินเสียหาย ส่วนกรณีที่สองคือ บ้านที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังเกินกว่า 7 วันขึ้นไป ทั้งสองกรณีจะได้รับความช่วยเหลือในอัตราเดียวกันที่ครัวเรือนละ 9,000 บาท พร้อมกับการช่วยเหลือในรูปแบบขั้นบันไดตามระยะเวลาน้ำท่วมขัง

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครั้งที่ 4 (เพิ่มเติม) เป็นจำนวนเงิน 2,203,445,900 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจำนวน 243,557 ครัวเรือน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กระบวนการโอนเงินและพื้นที่เป้าหมาย

คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประชุมและพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับธนาคารออมสินในฐานะหน่วยดำเนินการ จะทำการโอนเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือในพื้นที่ 45 จังหวัด รวมจำนวน 142,113 ครัวเรือน เป็นเงิน 1,361,200,000 บาท

การโอนเงินจะดำเนินการผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกไว้กับหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน โดยจะมีผลการโอนตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึง 15.00 น. ของวันนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2569)

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ภาพรวมการช่วยเหลือที่ผ่านมา

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 72 จังหวัดไปแล้ว 3 ครั้ง รวมจำนวนทั้งสิ้น 20,394,635,100 บาท และได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแล้วจำนวน 2,239,993 ครัวเรือน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลและตรวจสอบผลการโอนเงินช่วยเหลือเยียวยาของตนตามสิทธิอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าการช่วยเหลือจะถึงมือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ