ไฟป่าโหมหนักเขาภูสิงห์ กาฬสินธุ์ ลุกลามกว่า 300 ไร่ ผู้ว่าฯ ระดมดับไฟด่วน
ไฟป่าเขาภูสิงห์ กาฬสินธุ์ ลุกลาม 300 ไร่ ผู้ว่าฯ เร่งดับ (10.03.2026)

ไฟป่าโหมหนักแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังเขาภูสิงห์ กาฬสินธุ์ ลุกลามกว่า 300 ไร่

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ป่าอย่างรุนแรงบริเวณตอนล่างของเขาภูสิงห์ ในตำบลภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยไฟเริ่มลุกไหม้จากฝั่งทิศตะวันออกของตำบลสหัสขันธ์ ก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็วเข้าสู่พื้นที่ภายในตำบลโนนบุรี และโหมขึ้นไปยังเชิงเขาภูสิงห์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมะที่สำคัญของจังหวัด เนื่องจากเป็นที่ตั้งของวัดภูสิงห์ที่มีพระพรหมภูมิปาโลขนาดใหญ่และถ้ำผาแดงที่เป็นจุดผจญภัย

ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์สั่งระดมกำลังดับไฟด่วน พร้อมใช้โดรนบรรทุกน้ำ

นายสุวรรณธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง และสั่งการให้ทุกภาคส่วนเร่งระดมกำลังเข้าช่วยเหลือดับไฟ โดยมอบหมายให้นายอำเภอสหัสขันธ์ นายอำเภอห้วยเม็ก และนายอำเภอหนองกุงศรี ระดมรถบรรทุกน้ำเข้าดับเพลิงในพื้นที่ด้านล่าง พร้อมประสานงานกับผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อนำเจ้าหน้าที่ป่าไม้พร้อมอุปกรณ์ดับเพลิงเดินเท้าเข้าพื้นที่ยอดเขา

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมจากอาสาสมัครมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์และวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ โดยจะใช้โดรนบรรทุกน้ำบินขึ้นดับไฟป่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมเพลิงที่กำลังลุกลามอย่างรวดเร็ว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ไฟป่าลุกลามรุนแรงจากสภาพอากาศร้อนและลมแรง

จากการตรวจสอบพื้นที่โดยพระครูสิริพัฒนนิเทศก์ ดร.เจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดภูสิงห์ พบว่าไฟป่าได้ลุกลามครอบคลุมพื้นที่กว่า 300 ไร่แล้ว โดยสภาพอากาศที่มีลมแรงและอุณหภูมิสูงทำให้การดับไฟเป็นไปด้วยความยากลำบาก ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าเหตุไฟไหม้ในครั้งนี้มีความรุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งมักเกิดจากชาวบ้านที่จุดไฟเผาป่าเพื่อจับสัตว์ป่า แต่ในครั้งนี้ไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วจนสร้างความกังวลว่าจะทำลายแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

ทางการท้องถิ่นได้ตั้งจุดดับไฟป่าแบ่งเป็นสองส่วน ได้แก่บริเวณด้านล่างที่วัดกัลยาณบริหาร ตำบลโนนบุรี และด้านบนที่วัดพุทธาวาสภูสิงห์ หรือวัดภูสิงห์ ซึ่งประชาชนและพระสงฆ์ต่างร่วมแรงร่วมใจกันดับเพลิงอย่างเร่งด่วน

ฝุ่น PM 2.5 ฟุ้งกระจายเกือบทั่วอำเภอ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

การเผาไหม้ที่รุนแรงยังทำให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ฟุ้งกระจายปกคลุมเกือบทั่วทั้งอำเภอสหัสขันธ์ สร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาซ้ำซากของไฟป่าในพื้นที่ป่าภูสิงห์ ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 3,000 ไร่ และมักประสบปัญหาไฟไหม้ทุกปี แม้จะมีการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและธรรมะที่สำคัญของจังหวัดก็ตาม