กรมอุตุฯ ออกประกาศฉบับที่ 7 เตือนพายุฤดูร้อนกระทบไทยตอนบน 17-20 เม.ย. นี้
อุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อนกระทบไทยตอนบน 17-20 เม.ย.

กรมอุตุฯ ออกประกาศฉบับที่ 7 เตือนพายุฤดูร้อนกระทบไทยตอนบน 17-20 เม.ย. นี้

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนเรื่องพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 7 เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 โดยมีผลกระทบจนถึงวันที่ 20 เมษายน 2569 ประกาศดังกล่าวระบุว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่

พื้นที่ได้รับผลกระทบตามลำดับ

พายุฤดูร้อนจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน จากนั้นภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคเหนือ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป สาเหตุเกิดจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และอ่าวไทยตอนบน มีกำลังแรงขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด

คำแนะนำสำหรับประชาชน

กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รายชื่อจังหวัดเสี่ยงตามวันที่

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง มีดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

วันที่ 17 เมษายน 2569

  • ความเสี่ยงสูง: ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี) และภาคตะวันออก (สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี ตราด)
  • ความเสี่ยงปานกลาง: ภาคเหนือ (แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เลย ชัยภูมิ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ) ภาคตะวันออก (นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง) และภาคกลาง (ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล)

วันที่ 18 เมษายน 2569

  • ความเสี่ยงสูง: ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี) และภาคตะวันออก (นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี)
  • ความเสี่ยงปานกลาง: ภาคเหนือ (แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก เพชรบูรณ์) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด) ภาคกลาง (ลพบุรี สระบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) และภาคตะวันออก (ระยอง จันทบุรี ตราด)

วันที่ 19 เมษายน 2569

  • ความเสี่ยงสูง: ภาคเหนือ (เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์) ภาคกลาง (ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) และภาคตะวันออก (นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว)
  • ความเสี่ยงปานกลาง: ภาคเหนือ (เชียงใหม่ แพร่) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี) ภาคกลาง (นครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง นครปฐม สมุทรสาคร) และภาคตะวันออก (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด)

วันที่ 20 เมษายน 2569

  • ความเสี่ยงปานกลาง: ภาคเหนือ (น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี) ภาคกลาง (ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) และภาคตะวันออก (นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี)

กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนติดตามประกาศเพิ่มเติม และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วนได้ตลอด 24 ชั่วโมง