กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนไทยตอนบนเจอพายุฤดูร้อน ลูกเห็บตก-ฟ้าผ่า 12-13 มี.ค.
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า เผยว่า ประเทศไทยตอนบน จะเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดในช่วงกลางวัน ก่อนที่จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยเฉพาะในวันที่ 12-13 มีนาคม 2569 ซึ่งจะนำมาซึ่งพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่
สาเหตุและผลกระทบในแต่ละภูมิภาค
สาเหตุหลักมาจากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาที่เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน นอกจากนี้ บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนยังปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองบางแห่ง
กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในภาคเหนือ ระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสภาพอากาศในแต่ละภาค
- ภาคเหนือ: อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-37 องศาเซลเซียส
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เมฆบางส่วน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากในจังหวัดเลย ชัยภูมิ และหนองบัวลำภู อุณหภูมิต่ำสุด 18-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
- ภาคกลาง: อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
- ภาคตะวันออก: อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ภาคใต้: ฝั่งตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ฝั่งตะวันตกมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดระนอง พังงา และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- กรุงเทพฯ และปริมณฑล: มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส
คำเตือนเพิ่มเติม
ในช่วงวันที่ 12-13 มีนาคม 2569 ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และทะเลจีนใต้ ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน จะทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ นอกจากนี้ ภาคเหนือและภาคกลางยังมีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างมาก เนื่องจากมีการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์อ่อนถึงปานกลาง
กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร



