กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศอย่างเป็นทางการ โดยคาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 11 ถึง 13 มีนาคม 2569 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะประสบกับพายุฤดูร้อนที่รุนแรง พร้อมลักษณะเด่นคือฝนฟ้าคะนองกระจายตัว ลมกระโชกแรงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ลูกเห็บตกในบางพื้นที่ และฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลันได้
สาเหตุและปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา
การเกิดพายุฤดูร้อนในครั้งนี้มีสาเหตุหลักจากอิทธิพลของมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้เกิดความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาเสริม ทำให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนอย่างเห็นได้ชัด
ผลกระทบและคำแนะนำสำหรับประชาชน
กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะประเทศไทยตอนบนเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอันตรายจากฝนฟ้าคะนองที่อาจมาพร้อมกับฟ้าผ่า ลมกระโชกแรงที่สามารถพัดต้นไม้หรือสิ่งก่อสร้างล้มได้ และลูกเห็บตกที่อาจสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน สำหรับภาคใต้ แม้จะไม่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนโดยตรง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้จากอิทธิพลของลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้
รายงานสภาพอากาศรายภาคอย่างละเอียด
พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2569 แสดงให้เห็นสภาพอากาศที่หลากหลายในแต่ละภูมิภาค:
- ภาคเหนือ: อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองประมาณ 10% ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเฉพาะในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส และสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนอง 10% ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส สูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
- ภาคกลาง: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนอง 10% ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเฉพาะในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส
- ภาคตะวันออก: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนอง 20% ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากในจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
- ภาคใต้: ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกมีฝนฟ้าคะนอง 20% ของพื้นที่ โดยฝั่งตะวันออกครอบคลุมจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่วนฝั่งตะวันตกครอบคลุมจังหวัดระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
- กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนอง 10% ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส สูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส
คำเตือนพิเศษสำหรับชาวเรือและพื้นที่ชายฝั่ง
ในบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง คลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร และอาจสูงเกิน 2 เมตรในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง ขอให้ชาวเรือในอ่าวไทยและทะเลอันดามันหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังมีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันในระดับปานกลางถึงค่อนข้างมาก เนื่องจากสภาพการระบายอากาศที่อ่อนถึงปานกลาง
กรมอุตุนิยมวิทยาย้ำเตือนให้ประชาชนติดตามข่าวสารสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 11 ถึง 13 มีนาคม 2569 ที่คาดว่าจะมีพายุฤดูร้อนรุนแรงที่สุด



