กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนพายุฤดูร้อนถล่มไทยตอนบน 11-13 มี.ค. ฝนฟ้าคะนอง-ลมแรงบางพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนพายุฤดูร้อนถล่มไทย 11-13 มี.ค. (09.03.2026)

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนพายุฤดูร้อนถล่มไทยตอนบน 11-13 มี.ค. ฝนฟ้าคะนอง-ลมแรงบางพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเฉพาะในภาคเหนือตอนบน ซึ่งได้รับผลกระทบจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่เคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน

ผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด และระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง สำหรับภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน

คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังปานกลาง โดยคลื่นสูง 1-2 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร จึงขอให้ชาวเรือในอ่าวไทยและทะเลอันดามันหลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

พายุฤดูร้อนรุนแรงในวันที่ 11-13 มี.ค.

ในช่วงวันที่ 11-13 มีนาคมนี้ ประเทศไทยตอนบนจะประสบกับพายุฤดูร้อน โดยเริ่มจากภาคเหนือก่อน จากนั้นจะส่งผลกระทบต่อภาคกลาง ด้านตะวันตกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในระยะต่อไป

พายุฤดูร้อนนี้มีลักษณะรุนแรง ประกอบด้วย:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ฝนฟ้าคะนอง
  • ลมกระโชกแรง
  • ลูกเห็บตก
  • ฝนตกหนักบางแห่ง
  • ฟ้าผ่าบางพื้นที่

สาเหตุเกิดจากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาที่เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ร่วมกับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนที่เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และทะเลจีนใต้

พยากรณ์อากาศรายภาค

ภาคเหนือ: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเฉพาะในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา และน่าน อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 18-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดชลบุรี ระยอง และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดระนอง พังงา และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

กรุงเทพฯ และปริมณฑล: อากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ข้อควรระวังเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ภาคเหนือและภาคกลางยังมีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างมาก เนื่องจากการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์อ่อนถึงปานกลาง ประชาชนควรเฝ้าระวังและเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงนี้