กรมอุตุนิยมฯ เตือนไทยตอนบนอากาศร้อนจัด ภาคใต้ฝนฟ้าคะนอง-คลื่นสูง 1-2 เมตร
ไทยตอนบนร้อนจัด ภาคใต้ฝนฟ้าคะนอง-คลื่นสูง 1-2 เมตร (18.03.2026)

กรมอุตุนิยมวิทยาเผยพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ไทยตอนบนอากาศร้อนจัด ภาคใต้ฝนฟ้าคะนอง-คลื่นสูง

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศพยากรณ์อากาศล่าสุดสำหรับวันที่ 19 มีนาคม 2569 โดยคาดการณ์สภาพอากาศในระยะ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 33-39 องศาเซลเซียส พร้อมกับมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่ โดยเฉพาะในบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก สาเหตุหลักมาจากความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนที่ปกคลุมเหนือประเทศไทยตอนบน รวมถึงอิทธิพลของลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาเสริม

ภาคใต้เผชิญฝนฟ้าคะนองและคลื่นสูง 1-2 เมตร

สำหรับภาคใต้ของประเทศ คาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมเหนืออ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ในส่วนของคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยนั้นมีกำลังอ่อน โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร แต่ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร กรมอุตุนิยมวิทยาจึงได้ออกคำเตือนให้ชาวเรือในพื้นที่อ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในเขตที่มีฝนฟ้าคะนองเพื่อป้องกันอันตราย

รายละเอียดสภาพอากาศแยกตามภูมิภาค

กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจกแจงพยากรณ์อากาศรายภูมิภาคอย่างละเอียด ดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ภาคเหนือ: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 18-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดเลย ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
  • ภาคกลาง: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออก: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
  • กรุงเทพและปริมณฑล: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

คำแนะนำสำหรับประชาชนและชาวเรือ

กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดอาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็ก รวมถึงควรระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่ สำหรับชาวเรือในภาคใต้ ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังสูงสุด และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ ในช่วงนี้ประเทศไทยตอนบนยังมีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง เนื่องจากการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลางเช่นกัน ประชาชนจึงควรติดตามข่าวสารสภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอเพื่อเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที