วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศ เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ฉบับที่ 8 โดยเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ให้เฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ในช่วงวันที่ 30 มิถุนายน ถึง 3 กรกฎาคม 2569
สาเหตุของฝนหนักและพื้นที่เสี่ยง
ประกาศระบุว่า ร่องมรสุมกำลังพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
รายชื่อจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ระบุรายชื่อจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมากในแต่ละวัน ดังนี้
วันที่ 30 มิถุนายน 2569: จังหวัดในภาคตะวันออก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตก ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
วันที่ 1 กรกฎาคม 2569: เพิ่มเติมจังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ปราจีนบุรี และสระแก้ว ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ได้แก่ ตรัง และสตูล
วันที่ 2 กรกฎาคม 2569: ภาคตะวันออกทุกจังหวัด รวมถึงนครนายก ภาคใต้ฝั่งตะวันตกทุกจังหวัด
วันที่ 3 กรกฎาคม 2569: ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกยังคงมีฝนหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
คลื่นลมแรงในทะเลอันดามันและอ่าวไทย
นอกจากฝนหนักแล้ว ประกาศยังเตือนถึงคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบน โดยในช่วงวันที่ 30 มิ.ย. - 3 ก.ค. 69 ทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าว
คำแนะนำและช่องทางติดตามข้อมูล
กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทรศัพท์หมายเลข 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง



